วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

ตอนที่ 2 ป้าราตรีมาของลูกสาว

ตอนที่ 2 ป้าราตรีมาของลูกสาว

อยู่ตรงนี้จ่ะ  อยู่ตรงนี้เสียงแพงคนใช้ในเรือนวิ่งเป็นวงกลมล้อมไปมา
หยุดดี๋ยวนี้เลยนะแม่แพง อยู่นิ่งๆเลยนะฉันจะจับให้ดูเสียงฉัตรฟ้าบอกคนใช้ในเรือนที่กำลังวิ่งไปวิ่งมาขณะที่หน้าของฉัตรฟ้ามีผ้าปิดอยู่ที่ตาและกำลังวิ่งไล่จับคนใช้ในเรือน
เก่งจริงก็จับให้ได้สิจ๊ะคุณหนูฉัตรฟ้าเสียงแม่แพงท้าฉัตรฟ้าพร้อมวิ่งไปมา
อยู่ตรงนี้ใช่ไหม คราวนี้ล่ะฉันจับแม่แพงให้ได้ฉัตรฟ้าพูดจบพร้อมวิ่งเข้าไปกอดแม่แพงเต็มแรง  แต่ก็ต้องรู้สึกแปลกๆเมื่อฉัตรฟ้าเอาผ้าปิดตาออกและรู้ว่าคนที่ตนกำลังกอดนั้นไม่ใช่แม่เเพง แต่เป็นเหม คนรักของฉัตรฟ้านั่นเอง
อุ๊ย พี่เหมฉัตรฟ้าพูดพร้อมทำหน้าตกใจ
ฉัตรฟ้า นี่เจ้าโตแล้วนะยังจะมาเล่นเป็นเด็กอยู่ได้เหมพูดพร้อมยกมือทำท่าทีสั่งสอนพร้อมสีหน้ายิ้มแย้มไปด้วย
ก็ฉัตรฟ้าเบื่อนี่จ๊ะ แม่กับพี่มณฑาก็กำลังคุยกับแขกของพ่ออยู่ไม่มีใครสนใจฉัตรฟ้าเลย ฉัตรฟ้าก็เลยหาอะไรทำแก้เบื่ออีกอย่างฉัตรฟ้าก็โตแล้วด้วยไม่ได้เป็นเด็กสักหน่อย ฉัตรฟ้าพูดพร้อมกับทำหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย ที่โดนเหมว่า
จ้า พี่รู้แล้วจ้าว่าฉัตรฟ้าไม่ได้เป็นเด็กแต่ฉัตรฟ้าโตพอที่จะเป็นแม่ของลูกได้แล้วเหมพูดพร้อมกับทำหน้ามีเลศนัย
พี่เหมพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรจ๊ะฉัตรฟ้าถามพร้อมกับทำหน้าสงสัย
ไม่ต้องสงสัยแล้ว รีบตามพี่ขึ้นมาบนเรือนแล้วเจ้าจะหายสงสัยเองเหมพูดพร้อมกับเดินยิ้มขึ้นไปบนเรือน โดยมีฉัตรฟ้าเดินตามไปติดๆ
บนเรือนทุกคนอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตามโดยมี อังกาบ บุญนาค คือพ่อและแม่ของฉัตรฟ้า และราตรีแม่ของเหม รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาพร้อมหน้ากัน
ฉัตรฟ้า มาแล้วหรอลูกอังกาบถามฉัตรฟ้าพร้อมหน้าตายิ้มแย้ม
จ่ะ แม่
มาก็ดีแล้วให้ผู้หลักผู้ใหญ่รอนานมันไม่ดี มาแล้วก็มานั่งข้างแม่เจ้ามาบุญนาคพูดพร้อมกวักมือเรียกฉัตรฟ้ามานั่งข้างๆมณฑา
สวัสดีจ่ะ คุณป้าราตรีฉัตรฟ้าไหว้ราตรี
ไหว้พระเถอะลูกราตรียิ้มพร้อมกับลูบหลังฉัตรฟ้าอย่างเอ็นดู
เอาล่ะ เจ้ามาก็ดีแล้วลำดวน จะได้เข้าเรื่องกันสักทีบุญนาคพูดพร้อมกับมองดูฉัตรฟ้า
มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าจ๊ะ ทำไมทุกคนต้องรอฉัตรฟ้ามาก่อน คุณป้าไม่ได้มาชวนแม่ไปเดินตลาดหรอจ๊ะ ฉัตรฟ้าถามด้วยความสงสัย
วันนี้ป้าไม่ได้มาชวนแม่ราตรีไปตลาดหรอกนะแม่ฉัตรฟ้า ป้าอยากได้ลูกสาวเลยมาขอลูกสาวเพิ่มราตรีพูดพร้อมกับทำหน้ายิ้มแย้ม
ใครหรอจ๊ะ ที่จะไปเป็นลูกสาวป้าราตรีฉัตรฟ้าถามด้วยความสงสัย
ลูกสาวป้าก็คือคนที่จะเป็นคู่ชีวิต ร่วมกับลูกชายคนเดียวของป้านั่นก็คือพ่อเหม คราวนี้เข้าใจหรือยังจ๊ะแม่ฉัตรฟ้าราตรีพูดพร้อมกับทำหน้าจริงจัง
แบบนั้นหรอจ๊ะ”  ฉัตรฟ้ายิ้มกว้างพร้อมมองหน้าพ่อกับแม่เพื่อต้องการความแน่ใจ
แม่เลี้ยงเจ้ามาตั้งแต่เด็ก แม่รู้ว่าเจ้าคิดอย่างไรรู้สึกอย่างไร แต่แม่ไม่ใช่เจ้าแม่ตัดสินใจแทนเจ้าไม่ได้เจ้ารู้ดีที่สุดนะฉัตรฟ้าอังกาบพูดพร้อมกับจับมือฉัตรฟ้า
ว่าอย่างไรจ๊ะ ฉัตรฟ้าเต็มใจที่จะมาเป็นลูกสาวป้าไหมราตรีถามด้วยสีหน้าสงสัย
ตกลงจ่ะ ฉัตรฟ้าเต็มใจที่จะเป็นลูกสาวป้าราตรีจ่ะฉัตรฟ้ายิ้มกว้างพร้อมหันมองเหมด้วยสายตาที่อบอุ่น
ฉัตรฟ้า!” เหมเรียกชื่อฉัตรฟ้าด้วยท่าทีดีใจพร้อมวิ่งเข้าไปกอดราตรีด้วยความดีใจ ไม่ต่างจากฉัตรฟ้าเลย
ในห้องสี่เหลี่ยมมณฑานั่งกุมมือแน่น ได้ยินทุกอย่างจากข้างนอกในขณะที่ทุกคนกำลังมีความสุขแต่เธอกำลังนั่งร้องให้ด้วยความเสียใจ
ทำไม ทุกคนต้องรักแต่แกทำไมไม่มีใครรักฉันทั้งๆที่เราก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ทำไมแกต้องเกิดมาหน้าตาเหมือนฉัน ทำไมแกต้องเป็นน้องฉันด้วย ทำไมพี่เหมต้องรักแก นังฉัตรฟ้า! มณฑาพูดพร้อมกับกุมมือตัวเองสายตาโกรธแค้นแล้วนึกถึงแต่ก่อนที่พ่อและแม่ต่างรักและเอาใจแต่ฉัตรฟ้า
คนสวยค้าบ รับโทรศัพท์ด้วยค้าบเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ฮัลโหลอวัศยารับโทรศัพท์
หมอก ตื่นหรือยัง วันนี้เรามีนัดกันนะจำได้ป่าวภูผาถามอวัศยา
จำได้สิ ทำไมจะจะไม่ได้ล่ะภูผา งั้นเดี๋ยวหมอกขอเวลาแต่งตัวแปบนึงนะอวัศยาพูดด้วยท่าทีรีบร้อน
โอเคครับ งั้นเดี๋ยวเราไปรอนะ
วางสายจากภูผาอวัศยาก็รีบแต่งตัวอย่างเร่งรีบเพื่อที่จะไปเดทกับภูผาระหว่างแต่งตัวอวัศก็นึกได้ว่าเธอฝันอีกแล้ว
วันนี้ทางนั้นเขาขอกันแต่งง่าน แล้วเราล่ะวันนี้ภูผาจะมีอะไรเซอร์ไพร์เราเหมือนคนที่อยู่ในฝันหรือเปล่านะอวัศยาพูดพร้อมกับท่าทางยิ้มแย้มแล้วแต่งตัวไปด้วย

ทอง วิชุดา









วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

รักข้ามขอบฟ้า ตอนที่ 1 แค่ความฝัน


แค่ความฝัน





ห้องสี่เหลี่ยมทรงไทยบ้านไม้ มีเตียงหน้าต่างข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นของโบราณบนเตียงนอนหรูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวมีมุ้งสีขาวเป็นลายลูกไม้ประดับด้วยพู่ห้อยลงมาเป็นช่อหน้าต่างมีผ้าม่านสีขาวทั้งสองข้างลายลูกไม้ไนดูสะอาดตาบริเวณห้องข้าวของเครื่องใช้เป็นของโบราณ มองลงไปข้างล่างเป็นลานหญ้ากว้างมีผู้คนเดินผ่านไปมาในบริเวณพื้นบ้านใส่ชุดเหมือนนางทาสในสมัยโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5
เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เรือนไทยหลังที่เราฝันเห็นบ่อยๆกลิ่นดอกไม้ เสียงวงมโหรีที่เราได้ยินบ่อยๆอวัศยาเดินลงไปที่หน้าต่างเเล้วมองลงไปข้างล่างเห็นวงดนตรีกำลังบรรเลงเพลงอยู่ ชายคนนั้นคนที่ยืนสีไวโอลินอยู่ เขาโดดเด่นมากเหลือเกิน รูปร่างหน้าตาดูดี ผมสีดำสนิท ตัวสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ใบหน้ายาวได้รูป คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสันพอดี รับกับริมฝีปากบางๆเเดงระเรื่อ บ่งบอกว่าเป็นคนสุขภาพดี นัยน์ตาสีดำ ยิ้มสวย เเลดูมีความสุขกับการสีไวโอลิน เขายิ้มมุมปากนิดหน่อย รอยยิ้มนั้นมันช่างดูอบอุ่นเหลือเกิน คนสวยสวยค้าบ รับโทรศัพท์ด้วยค้าบเสียงโทรศัพท์อวัศยาดังขึ้นปลุกให้เธอตื่นจากความฝัน อวัศยาลืมตาขึ้นช้าๆเห็นเพดานห้องสีขาวเเล้วมองไปรอบๆ เฮ้อ นี้ฉันฝันเห็นผู้ชายคนนั้นอีกเเล้วหรอเนี่ยเขาเป็นใครกันคำถามนี้ไม่มีใครตอบได้เเม้ตัวอวัศยาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เพราะตั้งเเต่เขาเป็นจนถึงตอนนี้อายุ 20 ปี เเล้วเขาก็ยังฝันเช่นเดิมตลอดมา
ฮัลโหล ภูผา ว่าไงอวัศยารับโทรศัพท์เเฟนหนุ่มด้วยน้ำเสียงง่วงนอน

ฮัลโหล หมอกยังไม่ตื่นอีกหรอนี่ใกล้เวลาเรียนเเล้วนะภูผาคือเเฟนฉันเอง เขาจะโทรมาปลุกฉันไปเรียนตอนเช้าทุกวัน เราเรียนคณะเดียวกันเเล้วก็อยู่ห้องเดียวกัน ฉันกับภูภาสนิทกันตั้งเเต่ตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยครั้งเเรกในช่วงกิจกรรมรับน้อง เริ่มจากเป็นเพื่อนกันก่อนเเต่เพราะกิจกรรมทำให้เราสนิทกันมากขึ้นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดจนทำให้เราสองคนรู้สึกว่าเรามีความรู้สึกดีต่อกัน จนมาถึงวันนั้นวันที่ภูผาขอฉันเป็นเเฟน หน้าคณะที่สะพานไม้หน้าห้องสมุดตอนนั้นฉันเขินเเละอายมากๆเลยเเหละ ตั้งเเต่วันนั้นเป็นต้นมาก็ครบสองปีเเล้วที่เราคบกันเป็นเเฟนฉันยังจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ดี อ้อลืมบอกไปเราเรียนคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ภูผาเรียกฉันว่าหมอก เพราะว่าชื่อจริงของฉันเเปลว่าหมอก เเล้วเขาก็ไม่ชอบเรียกชื่อจริงฉันด้วยเขาว่ามันยาวเเละเรียกยาก ฉันเล่าเรื่องทุกอย่างให้ภูผาฟังตลอดเขารับรู้แล้วเข้าใจในตัวฉัน วันนี้ฉันฝันแบบนี้พรุ่งนี้ฉันจะฝันอย่างไรนะ

ทอง วิชุดา