วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยาย เรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนที่14 เพราะเราคู่กัน




เพราะเราคู่กัน

          บนเรือนทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเหมและอวัศยาเล่าความจริงทุกอย่างให้ทุกคนฟังด้วยความเศร้าใจแม้จะเป็นเรื่องที่ยากเข้าใจแต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็ยอมรับมีแต่อังกาบกับบุญนาคเท่านั้นที่รู้สึกเสียใจเพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามณฑาจะรู้สึกอย่างนั้นเลยเอาแต่โทษตัวเองกับเรื่องที่เกิดขึ้น
         มันเป็นความผิดของพ่อกับแม่เองแหละที่ทำให้มณฑาต้องเป็นแบบนั้นบุญนาคพูดด้วยความเศร้า
         “ฉันต่างหากที่เป็นแม่แต่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกรู้สึกอย่างไร อังกาบพูดด้วยความเสียใจ
         “ไม่หรอกจ่ะพ่อและแม่อย่าโทษตัวเองเลยนะจ๊ะ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอกจ่ะอวัศยาพูดพร้อมเดินเข้าไปกอดทั้งสอง
         นับต่อจากนี้เรามาเริ่มต้นใหม่กันนะจ๊ะอะไรที่ผ่านมาแล้วให้มันเป็นอดีตไปนะจ๊ะพ่อและแม่อย่าโทษตัวเองเลยจ่ะแม้ว่าทุกอย่างมันจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าแต่ทุกคนก็ผ่านมันมาได้เรื่องร้ายๆผ่านไปแล้วฟ้าหลังฝนยอมสดใสเสมอบรรยากาศตอนเช้าช่างดีเหลือเกินอวัศยาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของเหมมองหน้าชายคนรักด้วยความเอ็นดูแล้วลุกไปยืนที่หน้าต่างมองไปรอบๆสูดบรรยากาศยามเช้าอย่างเต็มปอด
         “พี่เหมม่เอาจ่ะ เดี๋ยวคนผ่านมาเห็น อายเขา อวัศยาเบือนหน้าหนีเมื่อเหมสวมกอดจากด้านหลังแล้วหอมแก้มเบาๆ
        “ช่างเขาสิ พี่ไม่อายนี่นา
        “แต่น้องอายนี่นา

พี่ล้อเล่นจ่ะคนดี ดีจังเวลาที่ตื่นมาแล้วมีเจ้าอยู่ข้างๆแบบนี้พี่มีความสุขเหลือเกิน
        “น้องก็มีความสุขเหมือนกันจ่ะ หมอกรักพี่เหมนะจ๊ะ
        “พี่ก็รักหมอก อยู่ด้วยกันแบบนี้นานๆนะที่รักของพี่
        ทั้งสองกอดกันอยู่หน้าต่างด้วยความรักแม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นอีกไม่มีใครรู้แต่ที่รู้ๆคือต่อให้มีอะไรมาพรากทั้งสองจากกันไปแต่คงไม่อาจพรากความรักของทั้งสองที่มีต่อกันได้คนจะคู่กันแล้วต่อให้อยู่ไกลกันคนละขอบฟ้าก็ได้มารักกันด้วยบุพเพสันนิวาสจะนำพาหัวใจสองดวงมารักและอยู่ด้วยกันไปอย่างมีความสุขตลอดกาล

นวนิยายเรื่อง ข้ามขอบฟ้ามาหารักตอนที่13 เมื่อความจริงปรากฏ



 เมื่อความจริงปรากฏ

เช้าที่สดใสวันนี้อากาศแจ่มใสทุกอย่างดูสงบซึ่งแตกต่างจากเมื่อวานที่มีงานมงคลเกิดขึ้นมีผู้คนมาร่วมอวยพรกับคู่บ่าวสาวใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มทุกคนต่างมีความสุขวันนี้ก็เช่นกัน อวัศยาออกมานั่งเล่นที่สวนหลังเรือนนั่งมองดอกไม้ดูธรรมชาติอย่างเพลินตา
        “คุณจ๊ะคุณๆ มีคนฝากอันนี้มาให้จ่ะเค้าบอกว่าเค้ารอคุณอยู่ให้คุณรีบไปพบเขาจ่ะแล้วบอกว่าให้ไปคนเดียวด้วยนะจ๊ะ เด็กหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเอากระดาษมาให้อวัศยา อัวศยารับมาข้อความข้างในเขียนว่า
        “ออกมาพบพี่ที่หน้าผาหน่อยมาคนเดียวนะ จดหมายจากมณฑา
        “พี่มณฑาเป็นอะไรหรือเปล่านะฉัตรฟ้าเป็นห่วงมณฑาจึงรีบเดินทางไปที่หน้าผาไม่ได้บอกใครก่อน
       “พี่มณฑาจะทำอะไรจ๊ะ อย่านะ อวัศยาเห็นมณฑากำลังจะกระโดดลงหน้าผ้าแต่อวัศยามาช่วยไว้ทันก่อน
        “ปล่อยฉันนะอย่ามายุ่งกับฉัน
        “ทำไมพี่ทำแบบนี้จ๊ะพี่เป็นอะไรไปพี่รู้ไหมว่าพี่กำลังจะทำอะไร
        “ทำไมฉันจะไม่รู้ ก็เพราะว่าฉันรู้ไงฉันถึงต้องทำแบบนี้ แกคงคิดว่าฉันจะฆ่าตัวตายสินะ โธ่เอ๊ยยังหลอกง่ายเหมือนเดิมเลยนะฉัตรฟ้านังน้องทรยศ
อวัศยางงกับสิ่งที่มณฑาพูดมันเกิดอะไรขึ้นเธอไม่รู้เลยว่ามณฑาจะเกลียดฉัตรฟ้าถึงเพียงนี้
        “ฉัตรฟ้าๆเจ้าอยู่ไหนจ่ะพี่ไปเก็บดอกบัวมาให้เจ้าแล้ว อ้าวหายไปไหนเนี่ย เหมเดินมาหาฉัตรฟ้าที่สวนหลังเรือนเอาดอกบัวที่ตนไปเก็บมาให้แต่ก็ไปพบฉัตรฟ้า
        แพงเห็นคุณฉัตรฟ้าไหม
        ก็เมื่อสักพักใหญ่คุณหนูยังอยู่นี่อยู่เลยจ่ะอ้าวแล้วตอนนี้หายไปไหนแล้วจ๊ะแพงสงสัยหันไปถามเหม
        “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรข้าจึงถามเจ้าอยู่นี่ไง
        “นี่มันอะไร
เหมเห็นกระดาษสีขาวตกอยู่บนพื้นเลยหยิบขึ้นมาดู
        “แย่แล้วเหมทิ้งบัวลงแล้วรีวิ่งไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้อ่านข้อความในกระดาษ
        “เดี๋ยวก่อนจ่ะเกิดอะไรขึ้นจ๊ะคุณเหมแพงสงสัยแต่เหมไม่ทันได้ตอบวิ่งไปเสียก่อน
        “ทำไมพี่มณฑาพูดแบบนี้จ๊ะน้องไปทรยศพี่ตอนไหนกัน
         “แกไม่ต้องมาทำตีหน้าซื่อเลยนะแกรู้อะไรไหมตั้งแต่เราเกิดมาถึงแม้ว่าเราจะเป็นแฝดกันก็จริงแต่ทำไมทุกคนต้องรักแต่แกคนเดียวทั้งที่เราเป็นฝาแฝดกัน
มณฑาพูดพร้อมร้องให้พร้อมกับบีบแขนฉัตรฟ้าอย่างรุนแรง
ทั้งพ่อทั้งแม่แล้วก็พี่เหมทั้งที่แกรู้ว่าฉันรักพี่เหมแต่แกก็แย่งเขาไปจากฉันเพราะแกอิจฉาฉันนังน้องทรพีถ้าไม่มีแกสักคนทุกคนก็จะรักฉันมณฑาพูดไปบีบแขนอวัศยาไป
เปล่านะจ๊ะน้องไม่ได้คิดแบบนั้นเลยน้องรักพี่นะพี่มณฑา อวัศยาพูดไปร้องให้ไป
        อย่ามาตอแหลฉันไม่เชื่อแกหรอกทำไมแกไม่ตายๆไปซะฉันอุตส่าห์วางแผนพาแกมาที่นี่เพื่อที่จะกำจัดแกแต่แกก็รอดมาได้ แกกลับมาพร้อมจะมาทำลายฉันใช่ไหมห่ะ!นังฉัตรฟ้า
         “นี่พี่มณฑาเป็นคนฆ่าฉัตรฟ้าเองหรอ
อวัศยาพูดด้วยความคาดไม่ถึงว่ามณฑาจะเป็นคนฆ่าฉัตรฟ้า
          “ใช่ แต่คราวก่อนฉันพลาด คราวนี้ฉันไม่พลาดแน่ๆ แกอย่าอยู่เลยนังน้องทรพี
นี่เจ้าเป็นคนฆ่าฉัตรฟ้าเองหรอมณฑาพี่ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าใจร้ายถึงเพียงนี้เหมวิ่งมาแล้วได้ยินทุกอย่างที่มณฑาพูดกับอวัศยา
        “พี่เหม!”
       “ทำไมอ่ามณฑาๆทำไมเจ้าทำแบบนี้
         “พี่เหมไม่ต้องมาพูดหรอก พี่ไม่เป็นมณฑาพี่ไม่มีวันเข้าใจ ในเมื่อพี่ก็รู้ความจริงทุกอย่างแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
        “ในเมื่อมีแต่คนรักแกฉันยากรู้นักว่าถ้าไม่มีแกอยู่บนโลกใบนี้แล้วทุกคนจะรู้ยังไง
มณฑาพูดพร้อมกับผลักอวัศยาลงเพื่อหวังจะให้ตกลงไปหน้าผา
         “อวัศยา!”เหมวิ่งไปหาอวัศยาให้เร็วที่สุดจะวิ่งได้และคว้ามืออวัศยาได้ทัน
         อ้าย ช่วยด้วย!” แต่คนตกหน้าผาลงไปแทนคือมณฑา มณฑาพลัดตกหน้าผาลงไป
         “มณฑา!” เสียงของเหมและอวัศยาเมื่อเห็นมณฑาตกลงไปหน้าผาแต่จะช่วยก็ไม่ทันแล้วเพราะตอนนี้ร่างของมณฑากำลังร่วงลงไปข้างล่างเหวที่ลึกแทบจะไม่ได้ยินเสียงร้องอีกต่อไป


ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารักตอนที่12 จำไม่ได้



จำไม่ได้

        ในห้องหอคืนส่งตัวเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเข้าเรือนหอทุกคนอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันมีเหม มณฑา อังกาบ บุญนาค และราตรีต่างมาอวยพรให้ลูกๆอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
หมดเคราะห์หมดโศกสักทีนะลูกอังกาบบุญนาคผู้เป็นพ่อแม่ของฉัตรฟ้านั่งพูดกับลูกที่เพิ่งรู้ความจริงว่าฉัตรฟ้าไปที่หน้าผาแล้วเกิดพลัดตกลงไปเหมก็เช่นกันแต่ทั้งสองรอดขึ้นมาได้เหมเป็นคนเล่าเรื่องทุกอย่างให้ทุกคนฟังโดยโกหกทุกคนว่าตนไปเจอฉัตรฟ้าที่ใต้หน้าผานอนสลบอยู่พอตื่นขึ้นหมาฉัตรฟ้าก็จำอะไรไม่ได้แล้ว
คราวหน้าคราวหลังเจ้าก็อย่าคิดพิลึกไปไหนมาไหนคนเดียวในค่ำคืนแบบนั้นเจ้านี่พิลึกคนรู้ไหมว่าถ้าเจ้าเป็นอะไรขึ้นมาพ่อกับแม่จะอยู่ได้อย่างไรฉัตรฟ้า
         “ฉัตรฟ้าขออภัยพ่อกับแม่นะจ๊ะที่ฉัตรฟ้าทำอะไรโดยไม่ทันคิด
         นี่เจ้าจำอะไรไม่ได้จริงๆหรอฉัตรฟ้า มณฑาถามฉัตรฟ้าด้วยความสงสัย
         ใช่จ่ะ ฉัตรฟ้าจำอะไรไม่ได้เลย ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว
         “เอาล่ะ น้องบอกว่าจำไม่ได้ก็คือจำไม่ได้เจ้าจะไปเซ้าซี้น้องให้ปวดกระบาลทำไมน่ะมณฑา
บุญนาคผู้เป็นพ่อดุมณฑา
         “มณฑาก็คงจะเป็นห่วงน้องน่ะอย่าว่าลูกเลยนะ ราตรีพูดกับบุญนาคเมื่อเห็นสีหน้าของมณฑาดูไม่ดีเมื่อโดนบุญนาคดุ

เอาล่ะในเมื่อเรื่องร้ายๆมันก็ได้ผ่านไปแล้ววันนี้แม่มาอวยพรให้พวกเจ้ารักกันนานๆนะลูกมีอะไรก็ค่อยๆพูดจากันให้เอาน้ำเย็นลูบก่อนค่อยๆคุยกันรักกันนานๆมีหลานให้แม่เร็วๆนะลูก ราตรีอวยพรเหมและอวัศยาพร้อมกับกุมมือทั้งสองคนมาวางไว้ด้วยกัน
         พี่ก็ขอให้ทั้งสองคนรักกันนานๆอย่าได้มีเรื่องใดมาเป็นอุปสรรค รักกันให้สมกับความเสียใจของใครคนหนึ่งมณฑาพูดด้วยท่าทางเย็นชา
         “พี่มณฑาพูดอะไรจ๊ะ ฉัตรฟ้าไม่เข้าใจ
         “พี่หมายถึงลำดวนน่ะ ใครๆก็รู้ว่าลำดวนรักชอบพอพี่เหมแต่ก็ต้องเสียใจเพราะพี่เหมรักเจ้าไงล่ะ
         “เอาล่ะๆ พวกเราก็คงจะส่งพวกเจ้าแค่นี้คู่บ่าวสาวคงอยากจะพักผ่อนจะแย่ใช่ไหมจ๊ะเหมลูกแม่
ราตรีพูดพร้อมกับมองหน้าเหมอย่างรู้ใจลูกชาย
         “ถ้าอย่างนั้นแม่กับพ่อต้องขอตัวกลับแล้วนะลูกมีความสุขมากๆนะจ๊ะ อังกาบพูดพร้อมกับไปกอดอวัศยาด้วยความรัก
         อวัศยารู้สึกผูกพันกับบุญนาคและอังกาบอย่างบอกไม่ถูกถึงแม้ว่าอวัศยาจะไม่ใช่ฉัตรฟ้าแต่เธอก็รู้สึกรักท่านทั้งสองมากเช่นกันเมื่อทุกคนกลับไปหมดแล้วเหมและอวัศยาก็อยู่ด้วยกัน
         “อวัศยาเจ้าเป็นอะไรไหมสบายใจดีใช่ไหมถ้ามีอะไรก็บอกพี่ได้นะ
         น้องสบายใจดีจ่ะแต่แค่ไม่รู้ว่าจะปิดบังทุกคนได้นานแค่ไหน
         เจ้าสบายใจได้นะ ไม่ใครรู้นอกจากเราสองคนตอนนี้เราทำได้แค่ปิดบังเรื่องทุกอย่างเอาไว้ก่อนเพราะเรายังไม่รู้เลยว่าใครคือคนที่ไม่หวังดีกับฉัตรฟ้าเหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยาอย่างจริงจัง
         จ่ะ น้องจะพยายามนะจ๊ะ
         “ในช่วงนี้เจ้าก็อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่กับแพงตลอดเวลาเข้าใจไหม
         “จ่ะพี่เหม
         “พี่รักเจ้าที่สุดนะ อวัศยา ไว้รอให้เรื่องทุกอย่างมันคลี่คลายเราค่อยหาโอกาสบอกความจริงกับทุกคน
เหมกอดอวัศยาด้วยความรักตอนนี้ทั้งสองไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรแต่แค่มีกันและกันแค่นี้ก็อุ่นหัวใจแล้วสำหรับทั้งสองคน

ทอง วิชุดา

นวนิยาย เรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารักตอนที่11มาทันเวลาพอดี



มาทันเวลาพอดี

          บ้านเรือนไทยผู้คนแขกผู้ใหญ่มากันเต็มบ้านมีวงมโหรีเล่นคลอเสียงเพลงเบาๆบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้มีงานรื่นเริง
        “คุณหนูฉัตรฟ้าๆมาแล้วคุณหนูมาตั้งแต่ตอนตอนไหนจ๊ะคุณหนูๆแพงดีใจที่ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นฉัตรฟ้านอนอยู่บนที่นอนทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉัตรฟ้าหายตัวไปทุกคนต่างตามหากันให้วุ่นวาย
        “อวัศยาตื่นลืมตาขึ้นมาด้วยอาการมึนงง
        “คุณหนูตื่นก็ดีแล้วค่ะเรื่องที่คุณหนูหายไปเมื่อคืนค่อยมาให้แพงฟังใหม่นะคะแต่ตอนนี้รีบไปแต่งตัวก่อนจ่ะเดี๋ยวไม่ทันพิธี
แพงพูดพร้อมกับลากอวัศยาไปแต่งตัวด้วยความเข้าใจผิดว่าอวัศยาคือฉัตรฟ้านั่นเอง
        “เอิ่ม อ่า นี่มันอะไรกันคะอวัศยากำลังจะถามแพงด้วยความงงงวยและแปลกใจในสภาพที่เธอกำลังอยู่เป็นบ้านเรือนไม้ทรงไทยที่เธอฝันเห็นบ่อยๆเธอก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเธออาจจะมาโผล่ในอดีตเหมือนกับเหม
        “แล้วพี่เหมล่ะจ๊ะพี่เหมเป็นอะไรหรือเปล่าอวัศยาถามแพงด้วยความสงสัยและเป็นห่วงเหม
        คุณเหมกลับไปแต่งตัวแล้วจ่ะนี่ถ้าคุณคุณท่านทั้งสองรู้ว่าคุณหนูกับคุณเหมหายไปด้วยกันทั้งคืนแบบนี้ละก็เป็นเรื่องใหญ่แน่ๆจ่ะ
        “ฉันกับพี่เหมเนี่ยนะหายไปด้วยกันหายไปแค่คืนเดียวหรอ
อวัศยาถามแพงด้วยความสงสัยแต่ก็พอรู้เรื่องจากเหมมาแล้วบ้างเธอเลยตามน้ำไปก่อน
        “ก็ใช่น่ะสิจ๊ะแพงก็เป็นห่วงคุณหนู คุณหนูมณฑากลับมาก็ไม่พูดอะไรมีท่าทีแปลกๆแพงก็เลยมารอคุณหนูที่ห้องแต่ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหนตื่นมาอีกทีก็เจอคุณหนูนอนอยู่บนเตียงแล้ว
        อ้อหรอฉัตรฟ้าพูดพร้อมกับท่าทีคิด
        ทำไหรอจ๊ะ
        “เปล่าจ่ะอวัศยาตอบด้วยท่าทีฉุกคิด
        “เสร็จแล้วคุณหนูของแพงงามที่ที่สุดเลยจ่ะถ้าคุณเหมเห็นต้องมองตาไม่กระพริบแน่ๆเลย
        ไม่หรอกแพงก็พูดเกินไป

บนเรือนกำลังเป็นพิธีแต่งงานระหว่างฉัตรฟ้าและเหมทั้งสองต่างมีญาติพี่น้องมาอวยพรและร่วมแสดงความยินดีอย่างมีความสุขโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าผู้หญิงที่กำลังเข้าพิธีแต่งงานอยู่นั้นไม่ฉัตรฟ้าแต่คืออวัศยามีแต่เหมและอวัศยาสองคนเท่านั้นที่รู้กัน พิธีแต่งงานสำเร็จไปได้ด้วยดีโดยเหคอยช่วยอวัศยาในทุกๆด้านเพราะถึงแม้อวัศยาจะทำทุกคนได้จากความฝันแต่ในความเป็นจริงแล้วอวัศยาก็ยังมีความกังวลอยู่ ในขณะที่ทุกคนกำลังมีความสุขมีใครคนหนึ่งกำลังนั่งร้องให้ด้วยความเป็นทุกข์ด้วยความอิจฉาริษยาภายในจิตใจของเธอตอนนี้ต้องการเอาชนะปล่อยให้กิเลศมันครอบงำจิตใจอยู่ตอนนี้ รอวันที่จะเอาคืน

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่องข้ามขอบฟ้า มาหารักตอนที่10 ได้โปรดปล่อยมือฉัน



ได้โปรดปล่อยมือฉัน

แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในห้องนอนแยงตาคนสองคนที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนที่นอนอันแสนนุ่มทำทั้งสองต้องลืมตาตื่นขึ้นมา
        “ตื่นแล้วหรอ คนดีของพี่
        “นาย เอ้ย พี่เหมตื่นเช้าจังค่ะอวัศยามองหน้าเหมที่กำลังกอดเธออยู่
เป็นธรรมดาของพี่ พี่ก็ตื่นเช้าทุกวันแบบนี้แหละแต่วันนี้ไม่ธรรมดาเพราะตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเจ้าเป็นคนแรกอยากตื่นมาแบบนี้ทุกวันแล้วเห็นหน้าเจ้าจังเลยอวัศยา เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยาที่กำลังเขินหน้าแดงในอ้อมกอดของเขา
        “หมอกก็เหมือนกันค่ะ หมอกมีความสุขที่ได้อยู่กับพี่เหม ไม่ว่าวันข้างหน้าเป็นยังไงหมอกก็จะยอมรับมันถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม
        “ไม่เอาน่า เราต้องได้อยู่ด้วยกันสิไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรพี่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุดนะ
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรักแต่ภายในใจก็หวั่นใจทั้งสองคนกลัวว่าจะไม่ได้พบกันอีก
ที่ที่ข้าจากมางั้นเหรอ จู่ๆเหมก็นึกถึงคำที่แม่ชีบอก
         “อะไรหรอจ๊ะพี่เหม
        “พี่กำลังนึกถึงคำที่แม่ชีบอกบอกวันนั้น ที่ว่าที่ๆจากมา ใช่แล้วต้องใช่แน่ๆก่อนที่พี่จะมาโผล่ที่นี่พี่ตกเหวข้างล่างเหวเป็นแม่น้ำหลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้สติอีกเลยรู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ห้องเจ้า
เหมพูดพร้อมกับทำท่าทีตื่นเต้น
        “พี่เหมกำลังจะบอกว่าถ้าพี่ได้ไปที่หน้าผาแล้วตกลงไปหน้าผาอีกครั้งจะทำให้พี่กลับอดีตได้ใช่ไหมจ๊ะ
        พี่ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกันจ่ะอวัศยาเจ้าพอจะรู้ไหมว่ามีสถานที่นี้อยู่ที่ไหนบ้าง
        “อืม คิดออกแล้วจ่ะมีอยู่ที่หนึ่งที่หมอกเคยไปแม่พาหมอกไปตอนที่หมอกยังเด็กตอนนั้นหมอกรู้สึกคุ้นกับที่นั่นมากๆเลยแล้วแม่ก็บอกอวัศยาด้วยว่าให้จำไว้ให้ดีๆหมอกจึงไม่เคยลืม
        “ถ้าอย่างนั้นมันต้องมีอะไรแน่ๆเลยไม่งั้นแม่ชีไม่บอกให้หมอกจำหรอก หมอกพาพี่ไปหน่อยได้ไหมหมถามอวัศยาด้วยความสงสัย
        “ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวหมอกจะพาพี่ไปเอง อวัศยาพูดด้วยใจหวั่นไหวรู้สึกแปลกๆที่ต้องพาเหมไปที่นั่น
        ในป่าลึกอวัศยาและเหมเดินทางเข้ามาถึงในป่าลึกที่อวัศยาเคยมาแต่ตอนเด็กเมื่อคราวที่แม่ชีพามานั่งสมาธิอวัศยาและภูผาเดินทางมาถึงหน้าผาที่อยู่ภายในถ้ำไม่มีใครรู้เลยว่าข้างหลังถ้ำนี้เป็นหน้าผาสูงชันเพราะไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่เนื่องจากผู้ที่ชำนาญทางจริงๆเท่านั้นถึงจะรู้เพราะถิ่นนี้มีแต่คนลือว่าถ้าใครหลงเข้ามาก็จะออกไปไม่ได้หรือถ้าใครออกไปได้สิติก็จะฟั่นเฟือนไปเลยจึงไม่มีใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้เลยถึงกระนั้นทางเข้าไปหน้าผาก็ต้องรอให้น้ำลดก่อนถึงจะลอดเข้าไปหน้าผาได้
        ที่นี่มันที่เดียวกันกับตอนที่พี่ตกลงไปเลยนี่อวัศยา เหมมองไปรอบๆบริเวณหน้าผาเป็นสถานที่เดียวกันที่อยู่ในภพนั้นตอนที่ออกตามหาฉัตรฟ้ากับมณฑา
        “จริงหรอจ๊ะหรือว่าที่นี่อาจะจะเป็นประตูมิติข้ามเวลาที่พาพี่เหมมาที่ก็ได้
        “ก็อาจจะใช่พี่ว่ามันต้องใช่แน่ๆเลย
        “โหวสูงจังเลยจ่ะมองไปไม่เห็นข้างล่างเลยขืนตกลงไปคงไม่รอดแน่ๆเลย
อวัศยาพูดพร้อมกับก้มลงไปดูหน้าผา ขณะที่เหมและอวัศยากำลังคุยกันอยู่นั้นฟ้าก็มืดครึ้มมามีลมพัดมาอย่างรุนแรงเป็นพายุใหญ่พลัดทั้งสองตกลงไปที่หน้าผา
        “พี่เหม!”อวัศยาตกใจเมื่อเหมพลัดตกลงไปที่หน้าผาแต่อวัศยาคว้ามือเหมไว้ทันมื้อข้างหนึ่งจับแขนเหมไว้อีกข้างหนึ่งจับกิ่งไม้ไว้ร่างของทั้งสองต่อกันนั้นเอง
        “อวัศยาปล่อยพี่เถอะ ถ้าเจ้าไม่ปล่อยเจ้าอาจตกลงไปกับพี่นะ
        “ไม่ หมอกไม่ปล่อยยังไงก็ไม่ปล่อยพี่เหมจับหมอกไว้แน่นๆนะ
        “อย่าเลยหมอกยังไงพี่ก็ขึ้นไปไม่ได้แล้วถ้าขืนหมอกยังอยู่แบบนี้เราอาจไม่รอดทั้งคู่นะหมอกปล่อยมือพี่แล้วขึ้นไปซะ
        “ไม่หมอกไม่ปล่อยๆ ฮือๆอวัศยาร้องให้เพราะตอนนี้แขนเธอหมดแรงแล้วกลัวว่าถ้าปล่อยเหมไปจะไม่ได้เจอกันอีก
        หมอก ฟังพี่นะ ถ้าขืนหมอกยังจับพี่ไว้อยู่อย่างนี้ถ้าเราตกลงไปเราอาจจะไม่รอดทั้งคู่หรือบางที่พี่ตกลงไปพี่อาจจะกลับอดีตได้ปล่อยพี่เถอะนะหมอกแล้วหมอกก็ไต่ขึ้นไปซะก่อนที่หมอกจะหมดแรงนะหมอกนะ
        “ก็ได้จ่ะ หมอกจะปล่อยพี่ หมอกรักพี่นะรักตลอดและรอพี่ตลอด
        “พี่ก็รักหมอกนะรักมากๆด้วย
        ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความอาลัยอาวรณ์ และแล้วอวัศยาก็ปล่อยมือแต่มือที่ปล่อยไม่ใช่มือด้านที่จับเหมไม้แต่เป็นมือที่จับกิ่งไม้ต่างหาก ใช่แล้วอวัศยายอมตกลงไปพร้อมเหมทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรถ้าเธออยู่โดยปราศจากคนที่เธอรักมันก็ไม่มีความหมายสำหรับเธอการที่เธอทำแบบนี้อย่างน้อยเธอก็จะได้ไปเผชิญกับเขาไม่ได้ปล่อยให้คนที่เธอรักเผชิญกับสิ่งเลวร้ายแต่เพียงลำพัง

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่อง ข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนที่9 ความผูกพัน




 ความผูกพัน 

ท่ามกลางความความเงียบเสียงร้องให้ดังอึกๆของอวัศยาเมื่อภูผาเดินกลับไป
        “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ไหวไหม เหมเดินเข้ามาถามอวัศยาด้วยความเป็นห่วง
        “นาย ฮือๆ ทำไมๆภูผาไม่เข้าใจฉันเลยฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ของภูผาคิดยังไงกับฉัน ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรกคงไม่ตัดสินคบกับภูผาตั้งแต่แรกหรอกฉันมันก็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่คู่ควรกับเขา อวัศยาพูดแล้วร้องให้ไปด้วย
       “เจ้าอย่าพูดอย่างนั้นสิ คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเองนะ เจ้าก็มีคุณค่าในตัวเจ้าจำไว้นะอวัศยาหมพูดพร้อมกับเดินไปลูบหลังอวัศยาเบาๆ  
        ฉันก็แค่น้อยใจอ่าฮือๆทำไมชีวิตฉันไม่เคยจะสมหวังสักที ทำไมทำไมอ่าอวัศยาพูดแล้วร้องให้ฟูมฟาย
        “ไม่เอาน่าไม่ร้องนะ คิดซะว่ามันยังไม่ใช่วันของเราสักวันเมื่อฟ้าอยู่ข้างเราทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นนะเชื่อข้า เลิกร้องได้แล้วๆ เหมพูดกับอวัศยาพร้อมกับลูบหลังปลอบใจอวัศยาทั้งคู่กอดกันด้วยความรู้สึกอุ่นใจและผูกพันราวกับว่ารู้จักกันมาเนิ่นนานทั้งสองกอดกันอย่างเนิ่นนานนานจนอวัศยาหยุดร้องให้ทั้งสองรู้ตัวว่ากอดกันมานานแล้ว อวัศยามองหน้าเหมที่สูงกว่าตัวเองเหมก็มองตาอวัศยาเช่นกันทั้งสองประสานสายตากันสบตากันเนิ่นนานใบหน้าทั้งสองเริ่มใกล้กันเข้าเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกันใบหน้าชิดกันเรื่อยๆเหมค่อยๆโน้มลงมาประทับที่ริมฝีฝากอวัศยาอย่างแผ่วเบาทั้งสองจูบกับอย่างเนิ่นนานภาพความทรงจำเก่าๆประเดประดังเข้ามาในหัวของทั้งสอง อวัศยาและเหมไม่อาจต้านแรงเสน่ห์หาได้ทั้งสองปล่อยให้เป็นไปตามกามอารมณ์จนรุ่งเช้า
        “พี่เหมอวัศยามองหน่าเหมที่นอนหลับอยู่ข้างแล้วเอามือไปลูบใบหน้าชายหนุ่มอย่างเบาๆ เหมรู้สึกตัวอวัศยาแกล้งทำเป็นหลับ
        “ตื่นได้แล้วคนดีของพี่เหมปลุกอวัศยาด้วยการหอมแก้มแล้วเอามือเขี่ยไปที่แก้มขาวนวลวนไปอยู่อย่างนั้นอย่างเอ็นดูแต่อวัศยาก็ยังหลับอยู่อย่างนั้น
        “ข้ารู้นะว่าเจ้าตื่นแล้ว ตื่นก่อนข้าเสียอีก อวัศยาได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นอย่างทันทีทันใดโดยไม่มองหน้าเหมเพราะความเขิน
         “เอิ่มอ่า ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ อวัศยาพูดแบบติดขัดแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำด้วยท่าทางขวยเขิน
       “นี่เจ้าไม่เสียใจแล้วหรอ อวัศยา เหมพูดแซวอวัศยาทั้งที่รู้ว่าอวัศยาเขินไม่ได้ยินเสียงตอบกลับใดๆจากหญิงสาวได้ยินแต่เสียงปิดประตูห้องน้ำดังปั้ง!
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแต่ทำไมเราสองคนรู้สึกผูกพันกันมามายขนาดนี้เหมือนรู้จักกันมาก่อนนะเพราะอะไรไม่รู้แต่ที่รู้ๆตอนนี้หัวใจของทั้งสองคนกำลังพองโตและมีกันและกันในพื้นที่หัวใจของทั้งสอง

คน

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนทึ่8 เราเลิกกันเถอะ



เลิกกันเถอะ

อวัศยาและเหมกลับมาถึงห้องด้วยความสงสัยความเหนื่อยล้าต่างคนต่างหมดแรง
เฮ้อ เหนื่อยจังเล้ยอวัศยาพูดพร้อมกับทิ้งตัวลงที่นอน
เจ้าไปอาบน้ำอาบท่าเถอะวันนี้เจาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เหมบอกอวัศยาที่กำลังนอนอยู่บนที่นอน
ว่าไงนะ อวัศยาลุกขึ้นมาถามเหมด้วยความตกใจ
ทำไมเจ้าต้องตกใจขนาดนั้นด้วยข้าแค่บอกให้ไปอาบน้ำจะได้พักผ่อน เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยา
ก็ฉันแค่ไม่คิดว่านายจะเป็นห่วงฉันอ่ะอวัศยาพูดพร้อมกับมองหน้าเหม
ข้ากำลังคิดถึงคำที่แม่ชีบอกข้าว่าถ้าถึงเวลาข้าก็จะกลับได้เองแต่นี่มันคงยังไม่ถึงเวลาข้าถึงยังกลับไม่ได้หรือบางทีข้าอาจจะไม่ได้กลับไปแล้วก็ได้ เหมพูดพร้อมกับท่าทีหมดหวังอวัศยานิ่งไปสักพักเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
เจ้ามาแบบไหนเจ้าก็จะได้กลับไปแบบนั้นอวัศยาทวนคำพูดของแม่ชีอย่างช้าๆ
อ๋อ ฉันคิดออกแล้ว!” อวัศยาพูดพร้อมกับท่าทีดีใจแล้วรีบกระโดดลงมาจากที่นอนลงมาหาเหมที่นั่งอยู่เก้าอี้
อ้าย!”อวัศยาลื่นล้มหัวกำลังจะตกพื้นแต่แล้วเหมก็วิ่งเข้ามารับได้ทันทั้งสองอยู่ในสภาพที่เหมกำลังคร่อมตัวอวัศยาอยู่
เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่าหมถามอวัศยาด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับมองหน้าอวัศยา
ปะเปล่าฉันไม่ได้เจ็บตรงไหนนายล่ะเจ็บตรงไหนหรือเปล่า อวัศยามองหน้าเหมด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองสบตากัน ใบหน้าทั้งสองเริ่มเข้าใกล้กันเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจๆอุ่นๆของกันและกัน 
ทำอะไรกันน่ะ!” เสียงของภูผาเปิดประตูเข้ามาเห็นเหมและอวัศยากำลังคร่อมกันอยู่
ภูผา มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ อวัศยารีบลุกออกจากเหม
ไอ้บ้าเอ๊ย !” ภูผาไม่ฟังที่อวัสยาพูดรีบวิ่งเข้ามาชกเหม
หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ อวัศยาห้ามภูผาและเหมที่กำลังชกกันอยู่แต่ทั้งสองก็ยังไม่หยุดจนอวัศยาวิ่งเข้าไปห้ามและผลักทั้งสองออกจากกัน เหมกระเด็นออกไปชนกับเหลี่ยมโต๊ะทำให้หัวแตก
โอ๊ย!” เสียงเหมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอวัศยารีบวิ่งเข้าไปดูเหม
นายเป็นอะไรหรือเปล่าเจ็บตรงไหนไหม อวัศยาถามเหมด้วยความเป็นห่วงโดยไม่รู้ตัวเลยว่าภูผากำลังมองท่าทีของอวัศยาอยู่
เปล่า ข้าไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าไปดูคนรักของเจ้าเถอะ เหมพูดพร้อมกับมองหน้าภูผาเมื่อได้ยินดังนั้นอวัศยาเพิ่งคิดได้ว่ายังมีภูผายืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน อวัศยานึกเอะใจไม่รู้ทำไมทั้งที่ภูผาเป็นแฟนของเธอแท้ๆแต่เธอกลับห่วงเหมมากกว่า
ภูผา นายเป็นอะไรหรือเปล่า ใจเย็นลงแล้วใช่ใหม อวัศยาเดินไปหาภูผาพร้อมกับจับมือภูผาที่กำลังยืนนิ่งอยู่
นี่หมอกเพิ่งนึกได้หรอว่าเรายืนอยู่ตรงนี้ ภูผาประชดอวัศยา
มันไม่ใช่อย่างที่ภูผาคิดนะอวัศยาพยายามอธิบาย
พอเถอะหมอกเราไม่รู้ว่าหมอกกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาที่เราคบกันเหมือนหมอกมีอะไรปิดบังเราตลอดเหมือนเราเข้าไม่ถึงใจของหมอกซักที่ซึ่งเราไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร ภูผาพูดด้วยความอัดอั้นใจตลอดเวลาที่คบกันอวัศยาไม่เคยให้ความสำคัญกับภูผาเลยถึงแม้ว่าจะเป็นแฟนกัน
อวัศยากับภูผาก็ไม่เคยทำอะไรล่วงเกินกันเลย

เราขอโทษนะภูผาตลอดเวลาที่ผ่านมาถ้าเราทำอะไรให้ภูผาไม่พอใจแต่ทุกอย่างที่เราทำเราไม่ได้ตั้งใจปิดบังเธอเลยนะ
แม้กระทั่งเรื่องนี้หรอหมอก เรื่องที่หมอกบอกว่าไม่ได้ปิดบังแล้วพาผู้ชายมาทำแบบนี้เนี่ยนะ ถ้าเราไม่เข้ามาเจอเธอกับมันก็คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วมั้ง
ภูผาพูดด้วยความโมโห
มันจะมากเกินไปแล้วนะภูผา จะไม่ดูถูกกันไปหน่อยเหรอถ้าพูดแบบนี้ก็กลับไปเลยนะ
ไปแน่หมอกไม่ต้องไล่เราหรอก ถ้ารู้แบบนี้เราน่าจะเชื่อคำที่แม่พูดตั้งแต่แรก ว่าเรามันอยู่คนละชั้นกัน
ถ้าพูดแบบนี้เราว่าภูผาก็กลับไปเถอะเราไม่ต้องคุยกันอีกแล้วภูผากลับไปเถอะแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับหมอกอีก
อวัศยาพูดด้วยความเสียใจไม่คิดว่าแม่ของภูผาจะคิดกับตัวเองแบบนี้
ได้หมอก งั้นเราก็เลิกกันเถอะจบกันแค่นี้พอกันที ภูผาพูดพร้อมด้วยสีหน้าโมโหพร้อมกับเดินกลับไปทิ้งให้อวัศยายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันอยู่ในสายตาของเหมตลอด

ทอง วิชุดา