ความผูกพัน
ท่ามกลางความความเงียบเสียงร้องให้ดังอึกๆของอวัศยาเมื่อภูผาเดินกลับไป
“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ไหวไหม” เหมเดินเข้ามาถามอวัศยาด้วยความเป็นห่วง
“นาย ฮือๆ ทำไมๆภูผาไม่เข้าใจฉันเลยฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ของภูผาคิดยังไงกับฉัน ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรกคงไม่ตัดสินคบกับภูผาตั้งแต่แรกหรอกฉันมันก็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่คู่ควรกับเขา” อวัศยาพูดแล้วร้องให้ไปด้วย
“เจ้าอย่าพูดอย่างนั้นสิ คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเองนะ เจ้าก็มีคุณค่าในตัวเจ้าจำไว้นะอวัศยา”เหมพูดพร้อมกับเดินไปลูบหลังอวัศยาเบาๆ
“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ไหวไหม” เหมเดินเข้ามาถามอวัศยาด้วยความเป็นห่วง
“นาย ฮือๆ ทำไมๆภูผาไม่เข้าใจฉันเลยฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ของภูผาคิดยังไงกับฉัน ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรกคงไม่ตัดสินคบกับภูผาตั้งแต่แรกหรอกฉันมันก็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่คู่ควรกับเขา” อวัศยาพูดแล้วร้องให้ไปด้วย
“เจ้าอย่าพูดอย่างนั้นสิ คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเองนะ เจ้าก็มีคุณค่าในตัวเจ้าจำไว้นะอวัศยา”เหมพูดพร้อมกับเดินไปลูบหลังอวัศยาเบาๆ
“ฉันก็แค่น้อยใจอ่าฮือๆทำไมชีวิตฉันไม่เคยจะสมหวังสักที ทำไมทำไมอ่า”อวัศยาพูดแล้วร้องให้ฟูมฟาย
“ไม่เอาน่าไม่ร้องนะ คิดซะว่ามันยังไม่ใช่วันของเราสักวันเมื่อฟ้าอยู่ข้างเราทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นนะเชื่อข้า เลิกร้องได้แล้วๆ” เหมพูดกับอวัศยาพร้อมกับลูบหลังปลอบใจอวัศยาทั้งคู่กอดกันด้วยความรู้สึกอุ่นใจและผูกพันราวกับว่ารู้จักกันมาเนิ่นนานทั้งสองกอดกันอย่างเนิ่นนานนานจนอวัศยาหยุดร้องให้ทั้งสองรู้ตัวว่ากอดกันมานานแล้ว อวัศยามองหน้าเหมที่สูงกว่าตัวเองเหมก็มองตาอวัศยาเช่นกันทั้งสองประสานสายตากันสบตากันเนิ่นนานใบหน้าทั้งสองเริ่มใกล้กันเข้าเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกันใบหน้าชิดกันเรื่อยๆเหมค่อยๆโน้มลงมาประทับที่ริมฝีฝากอวัศยาอย่างแผ่วเบาทั้งสองจูบกับอย่างเนิ่นนานภาพความทรงจำเก่าๆประเดประดังเข้ามาในหัวของทั้งสอง อวัศยาและเหมไม่อาจต้านแรงเสน่ห์หาได้ทั้งสองปล่อยให้เป็นไปตามกามอารมณ์จนรุ่งเช้า
“พี่เหม” อวัศยามองหน่าเหมที่นอนหลับอยู่ข้างแล้วเอามือไปลูบใบหน้าชายหนุ่มอย่างเบาๆ เหมรู้สึกตัวอวัศยาแกล้งทำเป็นหลับ
“ตื่นได้แล้วคนดีของพี่”เหมปลุกอวัศยาด้วยการหอมแก้มแล้วเอามือเขี่ยไปที่แก้มขาวนวลวนไปอยู่อย่างนั้นอย่างเอ็นดูแต่อวัศยาก็ยังหลับอยู่อย่างนั้น
“ข้ารู้นะว่าเจ้าตื่นแล้ว ตื่นก่อนข้าเสียอีก” อวัศยาได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นอย่างทันทีทันใดโดยไม่มองหน้าเหมเพราะความเขิน
“ไม่เอาน่าไม่ร้องนะ คิดซะว่ามันยังไม่ใช่วันของเราสักวันเมื่อฟ้าอยู่ข้างเราทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นนะเชื่อข้า เลิกร้องได้แล้วๆ” เหมพูดกับอวัศยาพร้อมกับลูบหลังปลอบใจอวัศยาทั้งคู่กอดกันด้วยความรู้สึกอุ่นใจและผูกพันราวกับว่ารู้จักกันมาเนิ่นนานทั้งสองกอดกันอย่างเนิ่นนานนานจนอวัศยาหยุดร้องให้ทั้งสองรู้ตัวว่ากอดกันมานานแล้ว อวัศยามองหน้าเหมที่สูงกว่าตัวเองเหมก็มองตาอวัศยาเช่นกันทั้งสองประสานสายตากันสบตากันเนิ่นนานใบหน้าทั้งสองเริ่มใกล้กันเข้าเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกันใบหน้าชิดกันเรื่อยๆเหมค่อยๆโน้มลงมาประทับที่ริมฝีฝากอวัศยาอย่างแผ่วเบาทั้งสองจูบกับอย่างเนิ่นนานภาพความทรงจำเก่าๆประเดประดังเข้ามาในหัวของทั้งสอง อวัศยาและเหมไม่อาจต้านแรงเสน่ห์หาได้ทั้งสองปล่อยให้เป็นไปตามกามอารมณ์จนรุ่งเช้า
“พี่เหม” อวัศยามองหน่าเหมที่นอนหลับอยู่ข้างแล้วเอามือไปลูบใบหน้าชายหนุ่มอย่างเบาๆ เหมรู้สึกตัวอวัศยาแกล้งทำเป็นหลับ
“ตื่นได้แล้วคนดีของพี่”เหมปลุกอวัศยาด้วยการหอมแก้มแล้วเอามือเขี่ยไปที่แก้มขาวนวลวนไปอยู่อย่างนั้นอย่างเอ็นดูแต่อวัศยาก็ยังหลับอยู่อย่างนั้น
“ข้ารู้นะว่าเจ้าตื่นแล้ว ตื่นก่อนข้าเสียอีก” อวัศยาได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นอย่างทันทีทันใดโดยไม่มองหน้าเหมเพราะความเขิน
“เอิ่มอ่า
ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ” อวัศยาพูดแบบติดขัดแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำด้วยท่าทางขวยเขิน
“นี่เจ้าไม่เสียใจแล้วหรอ อวัศยา”
เหมพูดแซวอวัศยาทั้งที่รู้ว่าอวัศยาเขินไม่ได้ยินเสียงตอบกลับใดๆจากหญิงสาวได้ยินแต่เสียงปิดประตูห้องน้ำดังปั้ง!ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแต่ทำไมเราสองคนรู้สึกผูกพันกันมามายขนาดนี้เหมือนรู้จักกันมาก่อนนะเพราะอะไรไม่รู้แต่ที่รู้ๆตอนนี้หัวใจของทั้งสองคนกำลังพองโตและมีกันและกันในพื้นที่หัวใจของทั้งสอง
คน
ทอง วิชุดา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น