วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยายเรื่องข้ามขอบฟ้า มาหารักตอนที่10 ได้โปรดปล่อยมือฉัน



ได้โปรดปล่อยมือฉัน

แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในห้องนอนแยงตาคนสองคนที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนที่นอนอันแสนนุ่มทำทั้งสองต้องลืมตาตื่นขึ้นมา
        “ตื่นแล้วหรอ คนดีของพี่
        “นาย เอ้ย พี่เหมตื่นเช้าจังค่ะอวัศยามองหน้าเหมที่กำลังกอดเธออยู่
เป็นธรรมดาของพี่ พี่ก็ตื่นเช้าทุกวันแบบนี้แหละแต่วันนี้ไม่ธรรมดาเพราะตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเจ้าเป็นคนแรกอยากตื่นมาแบบนี้ทุกวันแล้วเห็นหน้าเจ้าจังเลยอวัศยา เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยาที่กำลังเขินหน้าแดงในอ้อมกอดของเขา
        “หมอกก็เหมือนกันค่ะ หมอกมีความสุขที่ได้อยู่กับพี่เหม ไม่ว่าวันข้างหน้าเป็นยังไงหมอกก็จะยอมรับมันถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม
        “ไม่เอาน่า เราต้องได้อยู่ด้วยกันสิไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรพี่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุดนะ
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรักแต่ภายในใจก็หวั่นใจทั้งสองคนกลัวว่าจะไม่ได้พบกันอีก
ที่ที่ข้าจากมางั้นเหรอ จู่ๆเหมก็นึกถึงคำที่แม่ชีบอก
         “อะไรหรอจ๊ะพี่เหม
        “พี่กำลังนึกถึงคำที่แม่ชีบอกบอกวันนั้น ที่ว่าที่ๆจากมา ใช่แล้วต้องใช่แน่ๆก่อนที่พี่จะมาโผล่ที่นี่พี่ตกเหวข้างล่างเหวเป็นแม่น้ำหลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้สติอีกเลยรู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ห้องเจ้า
เหมพูดพร้อมกับทำท่าทีตื่นเต้น
        “พี่เหมกำลังจะบอกว่าถ้าพี่ได้ไปที่หน้าผาแล้วตกลงไปหน้าผาอีกครั้งจะทำให้พี่กลับอดีตได้ใช่ไหมจ๊ะ
        พี่ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกันจ่ะอวัศยาเจ้าพอจะรู้ไหมว่ามีสถานที่นี้อยู่ที่ไหนบ้าง
        “อืม คิดออกแล้วจ่ะมีอยู่ที่หนึ่งที่หมอกเคยไปแม่พาหมอกไปตอนที่หมอกยังเด็กตอนนั้นหมอกรู้สึกคุ้นกับที่นั่นมากๆเลยแล้วแม่ก็บอกอวัศยาด้วยว่าให้จำไว้ให้ดีๆหมอกจึงไม่เคยลืม
        “ถ้าอย่างนั้นมันต้องมีอะไรแน่ๆเลยไม่งั้นแม่ชีไม่บอกให้หมอกจำหรอก หมอกพาพี่ไปหน่อยได้ไหมหมถามอวัศยาด้วยความสงสัย
        “ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวหมอกจะพาพี่ไปเอง อวัศยาพูดด้วยใจหวั่นไหวรู้สึกแปลกๆที่ต้องพาเหมไปที่นั่น
        ในป่าลึกอวัศยาและเหมเดินทางเข้ามาถึงในป่าลึกที่อวัศยาเคยมาแต่ตอนเด็กเมื่อคราวที่แม่ชีพามานั่งสมาธิอวัศยาและภูผาเดินทางมาถึงหน้าผาที่อยู่ภายในถ้ำไม่มีใครรู้เลยว่าข้างหลังถ้ำนี้เป็นหน้าผาสูงชันเพราะไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่เนื่องจากผู้ที่ชำนาญทางจริงๆเท่านั้นถึงจะรู้เพราะถิ่นนี้มีแต่คนลือว่าถ้าใครหลงเข้ามาก็จะออกไปไม่ได้หรือถ้าใครออกไปได้สิติก็จะฟั่นเฟือนไปเลยจึงไม่มีใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้เลยถึงกระนั้นทางเข้าไปหน้าผาก็ต้องรอให้น้ำลดก่อนถึงจะลอดเข้าไปหน้าผาได้
        ที่นี่มันที่เดียวกันกับตอนที่พี่ตกลงไปเลยนี่อวัศยา เหมมองไปรอบๆบริเวณหน้าผาเป็นสถานที่เดียวกันที่อยู่ในภพนั้นตอนที่ออกตามหาฉัตรฟ้ากับมณฑา
        “จริงหรอจ๊ะหรือว่าที่นี่อาจะจะเป็นประตูมิติข้ามเวลาที่พาพี่เหมมาที่ก็ได้
        “ก็อาจจะใช่พี่ว่ามันต้องใช่แน่ๆเลย
        “โหวสูงจังเลยจ่ะมองไปไม่เห็นข้างล่างเลยขืนตกลงไปคงไม่รอดแน่ๆเลย
อวัศยาพูดพร้อมกับก้มลงไปดูหน้าผา ขณะที่เหมและอวัศยากำลังคุยกันอยู่นั้นฟ้าก็มืดครึ้มมามีลมพัดมาอย่างรุนแรงเป็นพายุใหญ่พลัดทั้งสองตกลงไปที่หน้าผา
        “พี่เหม!”อวัศยาตกใจเมื่อเหมพลัดตกลงไปที่หน้าผาแต่อวัศยาคว้ามือเหมไว้ทันมื้อข้างหนึ่งจับแขนเหมไว้อีกข้างหนึ่งจับกิ่งไม้ไว้ร่างของทั้งสองต่อกันนั้นเอง
        “อวัศยาปล่อยพี่เถอะ ถ้าเจ้าไม่ปล่อยเจ้าอาจตกลงไปกับพี่นะ
        “ไม่ หมอกไม่ปล่อยยังไงก็ไม่ปล่อยพี่เหมจับหมอกไว้แน่นๆนะ
        “อย่าเลยหมอกยังไงพี่ก็ขึ้นไปไม่ได้แล้วถ้าขืนหมอกยังอยู่แบบนี้เราอาจไม่รอดทั้งคู่นะหมอกปล่อยมือพี่แล้วขึ้นไปซะ
        “ไม่หมอกไม่ปล่อยๆ ฮือๆอวัศยาร้องให้เพราะตอนนี้แขนเธอหมดแรงแล้วกลัวว่าถ้าปล่อยเหมไปจะไม่ได้เจอกันอีก
        หมอก ฟังพี่นะ ถ้าขืนหมอกยังจับพี่ไว้อยู่อย่างนี้ถ้าเราตกลงไปเราอาจจะไม่รอดทั้งคู่หรือบางที่พี่ตกลงไปพี่อาจจะกลับอดีตได้ปล่อยพี่เถอะนะหมอกแล้วหมอกก็ไต่ขึ้นไปซะก่อนที่หมอกจะหมดแรงนะหมอกนะ
        “ก็ได้จ่ะ หมอกจะปล่อยพี่ หมอกรักพี่นะรักตลอดและรอพี่ตลอด
        “พี่ก็รักหมอกนะรักมากๆด้วย
        ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความอาลัยอาวรณ์ และแล้วอวัศยาก็ปล่อยมือแต่มือที่ปล่อยไม่ใช่มือด้านที่จับเหมไม้แต่เป็นมือที่จับกิ่งไม้ต่างหาก ใช่แล้วอวัศยายอมตกลงไปพร้อมเหมทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรถ้าเธออยู่โดยปราศจากคนที่เธอรักมันก็ไม่มีความหมายสำหรับเธอการที่เธอทำแบบนี้อย่างน้อยเธอก็จะได้ไปเผชิญกับเขาไม่ได้ปล่อยให้คนที่เธอรักเผชิญกับสิ่งเลวร้ายแต่เพียงลำพัง

ทอง วิชุดา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น