ได้โปรดปล่อยมือฉัน
แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในห้องนอนแยงตาคนสองคนที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนที่นอนอันแสนนุ่มทำทั้งสองต้องลืมตาตื่นขึ้นมา
“ตื่นแล้วหรอ คนดีของพี่”
“นาย เอ้ย พี่เหมตื่นเช้าจังค่ะ”อวัศยามองหน้าเหมที่กำลังกอดเธออยู่
“ตื่นแล้วหรอ คนดีของพี่”
“นาย เอ้ย พี่เหมตื่นเช้าจังค่ะ”อวัศยามองหน้าเหมที่กำลังกอดเธออยู่
“เป็นธรรมดาของพี่
พี่ก็ตื่นเช้าทุกวันแบบนี้แหละแต่วันนี้ไม่ธรรมดาเพราะตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเจ้าเป็นคนแรกอยากตื่นมาแบบนี้ทุกวันแล้วเห็นหน้าเจ้าจังเลยอวัศยา”
เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยาที่กำลังเขินหน้าแดงในอ้อมกอดของเขา
“หมอกก็เหมือนกันค่ะ หมอกมีความสุขที่ได้อยู่กับพี่เหม ไม่ว่าวันข้างหน้าเป็นยังไงหมอกก็จะยอมรับมันถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม”
“ไม่เอาน่า เราต้องได้อยู่ด้วยกันสิไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรพี่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุดนะ” ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรักแต่ภายในใจก็หวั่นใจทั้งสองคนกลัวว่าจะไม่ได้พบกันอีก
“หมอกก็เหมือนกันค่ะ หมอกมีความสุขที่ได้อยู่กับพี่เหม ไม่ว่าวันข้างหน้าเป็นยังไงหมอกก็จะยอมรับมันถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม”
“ไม่เอาน่า เราต้องได้อยู่ด้วยกันสิไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรพี่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุดนะ” ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรักแต่ภายในใจก็หวั่นใจทั้งสองคนกลัวว่าจะไม่ได้พบกันอีก
“ที่ที่ข้าจากมางั้นเหรอ”
จู่ๆเหมก็นึกถึงคำที่แม่ชีบอก
“อะไรหรอจ๊ะพี่เหม”
“พี่กำลังนึกถึงคำที่แม่ชีบอกบอกวันนั้น ที่ว่าที่ๆจากมา ใช่แล้วต้องใช่แน่ๆก่อนที่พี่จะมาโผล่ที่นี่พี่ตกเหวข้างล่างเหวเป็นแม่น้ำหลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้สติอีกเลยรู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ห้องเจ้า” เหมพูดพร้อมกับทำท่าทีตื่นเต้น
“พี่เหมกำลังจะบอกว่าถ้าพี่ได้ไปที่หน้าผาแล้วตกลงไปหน้าผาอีกครั้งจะทำให้พี่กลับอดีตได้ใช่ไหมจ๊ะ”
“อะไรหรอจ๊ะพี่เหม”
“พี่กำลังนึกถึงคำที่แม่ชีบอกบอกวันนั้น ที่ว่าที่ๆจากมา ใช่แล้วต้องใช่แน่ๆก่อนที่พี่จะมาโผล่ที่นี่พี่ตกเหวข้างล่างเหวเป็นแม่น้ำหลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้สติอีกเลยรู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ห้องเจ้า” เหมพูดพร้อมกับทำท่าทีตื่นเต้น
“พี่เหมกำลังจะบอกว่าถ้าพี่ได้ไปที่หน้าผาแล้วตกลงไปหน้าผาอีกครั้งจะทำให้พี่กลับอดีตได้ใช่ไหมจ๊ะ”
“พี่ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกันจ่ะอวัศยาเจ้าพอจะรู้ไหมว่ามีสถานที่นี้อยู่ที่ไหนบ้าง”
“อืม คิดออกแล้วจ่ะมีอยู่ที่หนึ่งที่หมอกเคยไปแม่พาหมอกไปตอนที่หมอกยังเด็กตอนนั้นหมอกรู้สึกคุ้นกับที่นั่นมากๆเลยแล้วแม่ก็บอกอวัศยาด้วยว่าให้จำไว้ให้ดีๆหมอกจึงไม่เคยลืม”
“อืม คิดออกแล้วจ่ะมีอยู่ที่หนึ่งที่หมอกเคยไปแม่พาหมอกไปตอนที่หมอกยังเด็กตอนนั้นหมอกรู้สึกคุ้นกับที่นั่นมากๆเลยแล้วแม่ก็บอกอวัศยาด้วยว่าให้จำไว้ให้ดีๆหมอกจึงไม่เคยลืม”
“ถ้าอย่างนั้นมันต้องมีอะไรแน่ๆเลยไม่งั้นแม่ชีไม่บอกให้หมอกจำหรอก
หมอกพาพี่ไปหน่อยได้ไหม”เหมถามอวัศยาด้วยความสงสัย
“ได้สิจ๊ะ
เดี๋ยวหมอกจะพาพี่ไปเอง” อวัศยาพูดด้วยใจหวั่นไหวรู้สึกแปลกๆที่ต้องพาเหมไปที่นั่น
ในป่าลึกอวัศยาและเหมเดินทางเข้ามาถึงในป่าลึกที่อวัศยาเคยมาแต่ตอนเด็กเมื่อคราวที่แม่ชีพามานั่งสมาธิอวัศยาและภูผาเดินทางมาถึงหน้าผาที่อยู่ภายในถ้ำไม่มีใครรู้เลยว่าข้างหลังถ้ำนี้เป็นหน้าผาสูงชันเพราะไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่เนื่องจากผู้ที่ชำนาญทางจริงๆเท่านั้นถึงจะรู้เพราะถิ่นนี้มีแต่คนลือว่าถ้าใครหลงเข้ามาก็จะออกไปไม่ได้หรือถ้าใครออกไปได้สิติก็จะฟั่นเฟือนไปเลยจึงไม่มีใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้เลยถึงกระนั้นทางเข้าไปหน้าผาก็ต้องรอให้น้ำลดก่อนถึงจะลอดเข้าไปหน้าผาได้
“ที่นี่มันที่เดียวกันกับตอนที่พี่ตกลงไปเลยนี่อวัศยา” เหมมองไปรอบๆบริเวณหน้าผาเป็นสถานที่เดียวกันที่อยู่ในภพนั้นตอนที่ออกตามหาฉัตรฟ้ากับมณฑา
“จริงหรอจ๊ะหรือว่าที่นี่อาจะจะเป็นประตูมิติข้ามเวลาที่พาพี่เหมมาที่ก็ได้”
“ก็อาจจะใช่พี่ว่ามันต้องใช่แน่ๆเลย”
“โหวสูงจังเลยจ่ะมองไปไม่เห็นข้างล่างเลยขืนตกลงไปคงไม่รอดแน่ๆเลย”อวัศยาพูดพร้อมกับก้มลงไปดูหน้าผา ขณะที่เหมและอวัศยากำลังคุยกันอยู่นั้นฟ้าก็มืดครึ้มมามีลมพัดมาอย่างรุนแรงเป็นพายุใหญ่พลัดทั้งสองตกลงไปที่หน้าผา
“พี่เหม!”อวัศยาตกใจเมื่อเหมพลัดตกลงไปที่หน้าผาแต่อวัศยาคว้ามือเหมไว้ทันมื้อข้างหนึ่งจับแขนเหมไว้อีกข้างหนึ่งจับกิ่งไม้ไว้ร่างของทั้งสองต่อกันนั้นเอง
“อวัศยาปล่อยพี่เถอะ ถ้าเจ้าไม่ปล่อยเจ้าอาจตกลงไปกับพี่นะ”
“ไม่ หมอกไม่ปล่อยยังไงก็ไม่ปล่อยพี่เหมจับหมอกไว้แน่นๆนะ”
ในป่าลึกอวัศยาและเหมเดินทางเข้ามาถึงในป่าลึกที่อวัศยาเคยมาแต่ตอนเด็กเมื่อคราวที่แม่ชีพามานั่งสมาธิอวัศยาและภูผาเดินทางมาถึงหน้าผาที่อยู่ภายในถ้ำไม่มีใครรู้เลยว่าข้างหลังถ้ำนี้เป็นหน้าผาสูงชันเพราะไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่เนื่องจากผู้ที่ชำนาญทางจริงๆเท่านั้นถึงจะรู้เพราะถิ่นนี้มีแต่คนลือว่าถ้าใครหลงเข้ามาก็จะออกไปไม่ได้หรือถ้าใครออกไปได้สิติก็จะฟั่นเฟือนไปเลยจึงไม่มีใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้เลยถึงกระนั้นทางเข้าไปหน้าผาก็ต้องรอให้น้ำลดก่อนถึงจะลอดเข้าไปหน้าผาได้
“ที่นี่มันที่เดียวกันกับตอนที่พี่ตกลงไปเลยนี่อวัศยา” เหมมองไปรอบๆบริเวณหน้าผาเป็นสถานที่เดียวกันที่อยู่ในภพนั้นตอนที่ออกตามหาฉัตรฟ้ากับมณฑา
“จริงหรอจ๊ะหรือว่าที่นี่อาจะจะเป็นประตูมิติข้ามเวลาที่พาพี่เหมมาที่ก็ได้”
“ก็อาจจะใช่พี่ว่ามันต้องใช่แน่ๆเลย”
“โหวสูงจังเลยจ่ะมองไปไม่เห็นข้างล่างเลยขืนตกลงไปคงไม่รอดแน่ๆเลย”อวัศยาพูดพร้อมกับก้มลงไปดูหน้าผา ขณะที่เหมและอวัศยากำลังคุยกันอยู่นั้นฟ้าก็มืดครึ้มมามีลมพัดมาอย่างรุนแรงเป็นพายุใหญ่พลัดทั้งสองตกลงไปที่หน้าผา
“พี่เหม!”อวัศยาตกใจเมื่อเหมพลัดตกลงไปที่หน้าผาแต่อวัศยาคว้ามือเหมไว้ทันมื้อข้างหนึ่งจับแขนเหมไว้อีกข้างหนึ่งจับกิ่งไม้ไว้ร่างของทั้งสองต่อกันนั้นเอง
“อวัศยาปล่อยพี่เถอะ ถ้าเจ้าไม่ปล่อยเจ้าอาจตกลงไปกับพี่นะ”
“ไม่ หมอกไม่ปล่อยยังไงก็ไม่ปล่อยพี่เหมจับหมอกไว้แน่นๆนะ”
“อย่าเลยหมอกยังไงพี่ก็ขึ้นไปไม่ได้แล้วถ้าขืนหมอกยังอยู่แบบนี้เราอาจไม่รอดทั้งคู่นะหมอกปล่อยมือพี่แล้วขึ้นไปซะ”
“ไม่หมอกไม่ปล่อยๆ ฮือๆ”อวัศยาร้องให้เพราะตอนนี้แขนเธอหมดแรงแล้วกลัวว่าถ้าปล่อยเหมไปจะไม่ได้เจอกันอีก
“หมอก ฟังพี่นะ ถ้าขืนหมอกยังจับพี่ไว้อยู่อย่างนี้ถ้าเราตกลงไปเราอาจจะไม่รอดทั้งคู่หรือบางที่พี่ตกลงไปพี่อาจจะกลับอดีตได้ปล่อยพี่เถอะนะหมอกแล้วหมอกก็ไต่ขึ้นไปซะก่อนที่หมอกจะหมดแรงนะหมอกนะ”
“ก็ได้จ่ะ หมอกจะปล่อยพี่
หมอกรักพี่นะรักตลอดและรอพี่ตลอด”“หมอก ฟังพี่นะ ถ้าขืนหมอกยังจับพี่ไว้อยู่อย่างนี้ถ้าเราตกลงไปเราอาจจะไม่รอดทั้งคู่หรือบางที่พี่ตกลงไปพี่อาจจะกลับอดีตได้ปล่อยพี่เถอะนะหมอกแล้วหมอกก็ไต่ขึ้นไปซะก่อนที่หมอกจะหมดแรงนะหมอกนะ”
“พี่ก็รักหมอกนะรักมากๆด้วย”
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความอาลัยอาวรณ์ และแล้วอวัศยาก็ปล่อยมือแต่มือที่ปล่อยไม่ใช่มือด้านที่จับเหมไม้แต่เป็นมือที่จับกิ่งไม้ต่างหาก ใช่แล้วอวัศยายอมตกลงไปพร้อมเหมทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรถ้าเธออยู่โดยปราศจากคนที่เธอรักมันก็ไม่มีความหมายสำหรับเธอการที่เธอทำแบบนี้อย่างน้อยเธอก็จะได้ไปเผชิญกับเขาไม่ได้ปล่อยให้คนที่เธอรักเผชิญกับสิ่งเลวร้ายแต่เพียงลำพัง
ทอง วิชุดา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น