เลิกกันเถอะ
อวัศยาและเหมกลับมาถึงห้องด้วยความสงสัยความเหนื่อยล้าต่างคนต่างหมดแรง
“เฮ้อ เหนื่อยจังเล้ย”อวัศยาพูดพร้อมกับทิ้งตัวลงที่นอน
“เจ้าไปอาบน้ำอาบท่าเถอะวันนี้เจาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” เหมบอกอวัศยาที่กำลังนอนอยู่บนที่นอน
“เจ้าไปอาบน้ำอาบท่าเถอะวันนี้เจาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” เหมบอกอวัศยาที่กำลังนอนอยู่บนที่นอน
“ว่าไงนะ”
อวัศยาลุกขึ้นมาถามเหมด้วยความตกใจ
“ทำไมเจ้าต้องตกใจขนาดนั้นด้วยข้าแค่บอกให้ไปอาบน้ำจะได้พักผ่อน”
เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยา
“ก็ฉันแค่ไม่คิดว่านายจะเป็นห่วงฉันอ่ะ”อวัศยาพูดพร้อมกับมองหน้าเหม
“ข้ากำลังคิดถึงคำที่แม่ชีบอกข้าว่าถ้าถึงเวลาข้าก็จะกลับได้เองแต่นี่มันคงยังไม่ถึงเวลาข้าถึงยังกลับไม่ได้หรือบางทีข้าอาจจะไม่ได้กลับไปแล้วก็ได้”
เหมพูดพร้อมกับท่าทีหมดหวังอวัศยานิ่งไปสักพักเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“เจ้ามาแบบไหนเจ้าก็จะได้กลับไปแบบนั้น”อวัศยาทวนคำพูดของแม่ชีอย่างช้าๆ
“อ๋อ ฉันคิดออกแล้ว!” อวัศยาพูดพร้อมกับท่าทีดีใจแล้วรีบกระโดดลงมาจากที่นอนลงมาหาเหมที่นั่งอยู่เก้าอี้
“อ้าย!”อวัศยาลื่นล้มหัวกำลังจะตกพื้นแต่แล้วเหมก็วิ่งเข้ามารับได้ทันทั้งสองอยู่ในสภาพที่เหมกำลังคร่อมตัวอวัศยาอยู่
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”เหมถามอวัศยาด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับมองหน้าอวัศยา
“อ๋อ ฉันคิดออกแล้ว!” อวัศยาพูดพร้อมกับท่าทีดีใจแล้วรีบกระโดดลงมาจากที่นอนลงมาหาเหมที่นั่งอยู่เก้าอี้
“อ้าย!”อวัศยาลื่นล้มหัวกำลังจะตกพื้นแต่แล้วเหมก็วิ่งเข้ามารับได้ทันทั้งสองอยู่ในสภาพที่เหมกำลังคร่อมตัวอวัศยาอยู่
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”เหมถามอวัศยาด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับมองหน้าอวัศยา
“ปะเปล่าฉันไม่ได้เจ็บตรงไหนนายล่ะเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
อวัศยามองหน้าเหมด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองสบตากัน
ใบหน้าทั้งสองเริ่มเข้าใกล้กันเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจๆอุ่นๆของกันและกัน
“ทำอะไรกันน่ะ!” เสียงของภูผาเปิดประตูเข้ามาเห็นเหมและอวัศยากำลังคร่อมกันอยู่
“ภูผา มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ” อวัศยารีบลุกออกจากเหม
“ไอ้บ้าเอ๊ย !” ภูผาไม่ฟังที่อวัสยาพูดรีบวิ่งเข้ามาชกเหม
“หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” อวัศยาห้ามภูผาและเหมที่กำลังชกกันอยู่แต่ทั้งสองก็ยังไม่หยุดจนอวัศยาวิ่งเข้าไปห้ามและผลักทั้งสองออกจากกัน เหมกระเด็นออกไปชนกับเหลี่ยมโต๊ะทำให้หัวแตก
“โอ๊ย!” เสียงเหมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอวัศยารีบวิ่งเข้าไปดูเหม
“นายเป็นอะไรหรือเปล่าเจ็บตรงไหนไหม” อวัศยาถามเหมด้วยความเป็นห่วงโดยไม่รู้ตัวเลยว่าภูผากำลังมองท่าทีของอวัศยาอยู่
“เปล่า ข้าไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าไปดูคนรักของเจ้าเถอะ” เหมพูดพร้อมกับมองหน้าภูผาเมื่อได้ยินดังนั้นอวัศยาเพิ่งคิดได้ว่ายังมีภูผายืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน อวัศยานึกเอะใจไม่รู้ทำไมทั้งที่ภูผาเป็นแฟนของเธอแท้ๆแต่เธอกลับห่วงเหมมากกว่า
“ภูผา นายเป็นอะไรหรือเปล่า ใจเย็นลงแล้วใช่ใหม” อวัศยาเดินไปหาภูผาพร้อมกับจับมือภูผาที่กำลังยืนนิ่งอยู่
“ภูผา มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ” อวัศยารีบลุกออกจากเหม
“ไอ้บ้าเอ๊ย !” ภูผาไม่ฟังที่อวัสยาพูดรีบวิ่งเข้ามาชกเหม
“หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” อวัศยาห้ามภูผาและเหมที่กำลังชกกันอยู่แต่ทั้งสองก็ยังไม่หยุดจนอวัศยาวิ่งเข้าไปห้ามและผลักทั้งสองออกจากกัน เหมกระเด็นออกไปชนกับเหลี่ยมโต๊ะทำให้หัวแตก
“โอ๊ย!” เสียงเหมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอวัศยารีบวิ่งเข้าไปดูเหม
“นายเป็นอะไรหรือเปล่าเจ็บตรงไหนไหม” อวัศยาถามเหมด้วยความเป็นห่วงโดยไม่รู้ตัวเลยว่าภูผากำลังมองท่าทีของอวัศยาอยู่
“เปล่า ข้าไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าไปดูคนรักของเจ้าเถอะ” เหมพูดพร้อมกับมองหน้าภูผาเมื่อได้ยินดังนั้นอวัศยาเพิ่งคิดได้ว่ายังมีภูผายืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน อวัศยานึกเอะใจไม่รู้ทำไมทั้งที่ภูผาเป็นแฟนของเธอแท้ๆแต่เธอกลับห่วงเหมมากกว่า
“ภูผา นายเป็นอะไรหรือเปล่า ใจเย็นลงแล้วใช่ใหม” อวัศยาเดินไปหาภูผาพร้อมกับจับมือภูผาที่กำลังยืนนิ่งอยู่
“นี่หมอกเพิ่งนึกได้หรอว่าเรายืนอยู่ตรงนี้
”ภูผาประชดอวัศยา
“มันไม่ใช่อย่างที่ภูผาคิดนะ”อวัศยาพยายามอธิบาย
“พอเถอะหมอกเราไม่รู้ว่าหมอกกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาที่เราคบกันเหมือนหมอกมีอะไรปิดบังเราตลอดเหมือนเราเข้าไม่ถึงใจของหมอกซักที่ซึ่งเราไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” ภูผาพูดด้วยความอัดอั้นใจตลอดเวลาที่คบกันอวัศยาไม่เคยให้ความสำคัญกับภูผาเลยถึงแม้ว่าจะเป็นแฟนกัน
อวัศยากับภูผาก็ไม่เคยทำอะไรล่วงเกินกันเลย
“มันไม่ใช่อย่างที่ภูผาคิดนะ”อวัศยาพยายามอธิบาย
“พอเถอะหมอกเราไม่รู้ว่าหมอกกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาที่เราคบกันเหมือนหมอกมีอะไรปิดบังเราตลอดเหมือนเราเข้าไม่ถึงใจของหมอกซักที่ซึ่งเราไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” ภูผาพูดด้วยความอัดอั้นใจตลอดเวลาที่คบกันอวัศยาไม่เคยให้ความสำคัญกับภูผาเลยถึงแม้ว่าจะเป็นแฟนกัน
อวัศยากับภูผาก็ไม่เคยทำอะไรล่วงเกินกันเลย
“เราขอโทษนะภูผาตลอดเวลาที่ผ่านมาถ้าเราทำอะไรให้ภูผาไม่พอใจแต่ทุกอย่างที่เราทำเราไม่ได้ตั้งใจปิดบังเธอเลยนะ”
“แม้กระทั่งเรื่องนี้หรอหมอก เรื่องที่หมอกบอกว่าไม่ได้ปิดบังแล้วพาผู้ชายมาทำแบบนี้เนี่ยนะ ถ้าเราไม่เข้ามาเจอเธอกับมันก็คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วมั้ง”ภูผาพูดด้วยความโมโห
“มันจะมากเกินไปแล้วนะภูผา จะไม่ดูถูกกันไปหน่อยเหรอถ้าพูดแบบนี้ก็กลับไปเลยนะ”
“ไปแน่หมอกไม่ต้องไล่เราหรอก ถ้ารู้แบบนี้เราน่าจะเชื่อคำที่แม่พูดตั้งแต่แรก ว่าเรามันอยู่คนละชั้นกัน”
“ถ้าพูดแบบนี้เราว่าภูผาก็กลับไปเถอะเราไม่ต้องคุยกันอีกแล้วภูผากลับไปเถอะแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับหมอกอีก”อวัศยาพูดด้วยความเสียใจไม่คิดว่าแม่ของภูผาจะคิดกับตัวเองแบบนี้
“ได้หมอก งั้นเราก็เลิกกันเถอะจบกันแค่นี้พอกันที” ภูผาพูดพร้อมด้วยสีหน้าโมโหพร้อมกับเดินกลับไปทิ้งให้อวัศยายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันอยู่ในสายตาของเหมตลอด
“แม้กระทั่งเรื่องนี้หรอหมอก เรื่องที่หมอกบอกว่าไม่ได้ปิดบังแล้วพาผู้ชายมาทำแบบนี้เนี่ยนะ ถ้าเราไม่เข้ามาเจอเธอกับมันก็คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วมั้ง”ภูผาพูดด้วยความโมโห
“มันจะมากเกินไปแล้วนะภูผา จะไม่ดูถูกกันไปหน่อยเหรอถ้าพูดแบบนี้ก็กลับไปเลยนะ”
“ไปแน่หมอกไม่ต้องไล่เราหรอก ถ้ารู้แบบนี้เราน่าจะเชื่อคำที่แม่พูดตั้งแต่แรก ว่าเรามันอยู่คนละชั้นกัน”
“ถ้าพูดแบบนี้เราว่าภูผาก็กลับไปเถอะเราไม่ต้องคุยกันอีกแล้วภูผากลับไปเถอะแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับหมอกอีก”อวัศยาพูดด้วยความเสียใจไม่คิดว่าแม่ของภูผาจะคิดกับตัวเองแบบนี้
“ได้หมอก งั้นเราก็เลิกกันเถอะจบกันแค่นี้พอกันที” ภูผาพูดพร้อมด้วยสีหน้าโมโหพร้อมกับเดินกลับไปทิ้งให้อวัศยายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันอยู่ในสายตาของเหมตลอด
ทอง วิชุดา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น