วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยาย เรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนที่14 เพราะเราคู่กัน




เพราะเราคู่กัน

          บนเรือนทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเหมและอวัศยาเล่าความจริงทุกอย่างให้ทุกคนฟังด้วยความเศร้าใจแม้จะเป็นเรื่องที่ยากเข้าใจแต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็ยอมรับมีแต่อังกาบกับบุญนาคเท่านั้นที่รู้สึกเสียใจเพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามณฑาจะรู้สึกอย่างนั้นเลยเอาแต่โทษตัวเองกับเรื่องที่เกิดขึ้น
         มันเป็นความผิดของพ่อกับแม่เองแหละที่ทำให้มณฑาต้องเป็นแบบนั้นบุญนาคพูดด้วยความเศร้า
         “ฉันต่างหากที่เป็นแม่แต่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกรู้สึกอย่างไร อังกาบพูดด้วยความเสียใจ
         “ไม่หรอกจ่ะพ่อและแม่อย่าโทษตัวเองเลยนะจ๊ะ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอกจ่ะอวัศยาพูดพร้อมเดินเข้าไปกอดทั้งสอง
         นับต่อจากนี้เรามาเริ่มต้นใหม่กันนะจ๊ะอะไรที่ผ่านมาแล้วให้มันเป็นอดีตไปนะจ๊ะพ่อและแม่อย่าโทษตัวเองเลยจ่ะแม้ว่าทุกอย่างมันจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าแต่ทุกคนก็ผ่านมันมาได้เรื่องร้ายๆผ่านไปแล้วฟ้าหลังฝนยอมสดใสเสมอบรรยากาศตอนเช้าช่างดีเหลือเกินอวัศยาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของเหมมองหน้าชายคนรักด้วยความเอ็นดูแล้วลุกไปยืนที่หน้าต่างมองไปรอบๆสูดบรรยากาศยามเช้าอย่างเต็มปอด
         “พี่เหมม่เอาจ่ะ เดี๋ยวคนผ่านมาเห็น อายเขา อวัศยาเบือนหน้าหนีเมื่อเหมสวมกอดจากด้านหลังแล้วหอมแก้มเบาๆ
        “ช่างเขาสิ พี่ไม่อายนี่นา
        “แต่น้องอายนี่นา

พี่ล้อเล่นจ่ะคนดี ดีจังเวลาที่ตื่นมาแล้วมีเจ้าอยู่ข้างๆแบบนี้พี่มีความสุขเหลือเกิน
        “น้องก็มีความสุขเหมือนกันจ่ะ หมอกรักพี่เหมนะจ๊ะ
        “พี่ก็รักหมอก อยู่ด้วยกันแบบนี้นานๆนะที่รักของพี่
        ทั้งสองกอดกันอยู่หน้าต่างด้วยความรักแม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นอีกไม่มีใครรู้แต่ที่รู้ๆคือต่อให้มีอะไรมาพรากทั้งสองจากกันไปแต่คงไม่อาจพรากความรักของทั้งสองที่มีต่อกันได้คนจะคู่กันแล้วต่อให้อยู่ไกลกันคนละขอบฟ้าก็ได้มารักกันด้วยบุพเพสันนิวาสจะนำพาหัวใจสองดวงมารักและอยู่ด้วยกันไปอย่างมีความสุขตลอดกาล

นวนิยายเรื่อง ข้ามขอบฟ้ามาหารักตอนที่13 เมื่อความจริงปรากฏ



 เมื่อความจริงปรากฏ

เช้าที่สดใสวันนี้อากาศแจ่มใสทุกอย่างดูสงบซึ่งแตกต่างจากเมื่อวานที่มีงานมงคลเกิดขึ้นมีผู้คนมาร่วมอวยพรกับคู่บ่าวสาวใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มทุกคนต่างมีความสุขวันนี้ก็เช่นกัน อวัศยาออกมานั่งเล่นที่สวนหลังเรือนนั่งมองดอกไม้ดูธรรมชาติอย่างเพลินตา
        “คุณจ๊ะคุณๆ มีคนฝากอันนี้มาให้จ่ะเค้าบอกว่าเค้ารอคุณอยู่ให้คุณรีบไปพบเขาจ่ะแล้วบอกว่าให้ไปคนเดียวด้วยนะจ๊ะ เด็กหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเอากระดาษมาให้อวัศยา อัวศยารับมาข้อความข้างในเขียนว่า
        “ออกมาพบพี่ที่หน้าผาหน่อยมาคนเดียวนะ จดหมายจากมณฑา
        “พี่มณฑาเป็นอะไรหรือเปล่านะฉัตรฟ้าเป็นห่วงมณฑาจึงรีบเดินทางไปที่หน้าผาไม่ได้บอกใครก่อน
       “พี่มณฑาจะทำอะไรจ๊ะ อย่านะ อวัศยาเห็นมณฑากำลังจะกระโดดลงหน้าผ้าแต่อวัศยามาช่วยไว้ทันก่อน
        “ปล่อยฉันนะอย่ามายุ่งกับฉัน
        “ทำไมพี่ทำแบบนี้จ๊ะพี่เป็นอะไรไปพี่รู้ไหมว่าพี่กำลังจะทำอะไร
        “ทำไมฉันจะไม่รู้ ก็เพราะว่าฉันรู้ไงฉันถึงต้องทำแบบนี้ แกคงคิดว่าฉันจะฆ่าตัวตายสินะ โธ่เอ๊ยยังหลอกง่ายเหมือนเดิมเลยนะฉัตรฟ้านังน้องทรยศ
อวัศยางงกับสิ่งที่มณฑาพูดมันเกิดอะไรขึ้นเธอไม่รู้เลยว่ามณฑาจะเกลียดฉัตรฟ้าถึงเพียงนี้
        “ฉัตรฟ้าๆเจ้าอยู่ไหนจ่ะพี่ไปเก็บดอกบัวมาให้เจ้าแล้ว อ้าวหายไปไหนเนี่ย เหมเดินมาหาฉัตรฟ้าที่สวนหลังเรือนเอาดอกบัวที่ตนไปเก็บมาให้แต่ก็ไปพบฉัตรฟ้า
        แพงเห็นคุณฉัตรฟ้าไหม
        ก็เมื่อสักพักใหญ่คุณหนูยังอยู่นี่อยู่เลยจ่ะอ้าวแล้วตอนนี้หายไปไหนแล้วจ๊ะแพงสงสัยหันไปถามเหม
        “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรข้าจึงถามเจ้าอยู่นี่ไง
        “นี่มันอะไร
เหมเห็นกระดาษสีขาวตกอยู่บนพื้นเลยหยิบขึ้นมาดู
        “แย่แล้วเหมทิ้งบัวลงแล้วรีวิ่งไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้อ่านข้อความในกระดาษ
        “เดี๋ยวก่อนจ่ะเกิดอะไรขึ้นจ๊ะคุณเหมแพงสงสัยแต่เหมไม่ทันได้ตอบวิ่งไปเสียก่อน
        “ทำไมพี่มณฑาพูดแบบนี้จ๊ะน้องไปทรยศพี่ตอนไหนกัน
         “แกไม่ต้องมาทำตีหน้าซื่อเลยนะแกรู้อะไรไหมตั้งแต่เราเกิดมาถึงแม้ว่าเราจะเป็นแฝดกันก็จริงแต่ทำไมทุกคนต้องรักแต่แกคนเดียวทั้งที่เราเป็นฝาแฝดกัน
มณฑาพูดพร้อมร้องให้พร้อมกับบีบแขนฉัตรฟ้าอย่างรุนแรง
ทั้งพ่อทั้งแม่แล้วก็พี่เหมทั้งที่แกรู้ว่าฉันรักพี่เหมแต่แกก็แย่งเขาไปจากฉันเพราะแกอิจฉาฉันนังน้องทรพีถ้าไม่มีแกสักคนทุกคนก็จะรักฉันมณฑาพูดไปบีบแขนอวัศยาไป
เปล่านะจ๊ะน้องไม่ได้คิดแบบนั้นเลยน้องรักพี่นะพี่มณฑา อวัศยาพูดไปร้องให้ไป
        อย่ามาตอแหลฉันไม่เชื่อแกหรอกทำไมแกไม่ตายๆไปซะฉันอุตส่าห์วางแผนพาแกมาที่นี่เพื่อที่จะกำจัดแกแต่แกก็รอดมาได้ แกกลับมาพร้อมจะมาทำลายฉันใช่ไหมห่ะ!นังฉัตรฟ้า
         “นี่พี่มณฑาเป็นคนฆ่าฉัตรฟ้าเองหรอ
อวัศยาพูดด้วยความคาดไม่ถึงว่ามณฑาจะเป็นคนฆ่าฉัตรฟ้า
          “ใช่ แต่คราวก่อนฉันพลาด คราวนี้ฉันไม่พลาดแน่ๆ แกอย่าอยู่เลยนังน้องทรพี
นี่เจ้าเป็นคนฆ่าฉัตรฟ้าเองหรอมณฑาพี่ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าใจร้ายถึงเพียงนี้เหมวิ่งมาแล้วได้ยินทุกอย่างที่มณฑาพูดกับอวัศยา
        “พี่เหม!”
       “ทำไมอ่ามณฑาๆทำไมเจ้าทำแบบนี้
         “พี่เหมไม่ต้องมาพูดหรอก พี่ไม่เป็นมณฑาพี่ไม่มีวันเข้าใจ ในเมื่อพี่ก็รู้ความจริงทุกอย่างแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
        “ในเมื่อมีแต่คนรักแกฉันยากรู้นักว่าถ้าไม่มีแกอยู่บนโลกใบนี้แล้วทุกคนจะรู้ยังไง
มณฑาพูดพร้อมกับผลักอวัศยาลงเพื่อหวังจะให้ตกลงไปหน้าผา
         “อวัศยา!”เหมวิ่งไปหาอวัศยาให้เร็วที่สุดจะวิ่งได้และคว้ามืออวัศยาได้ทัน
         อ้าย ช่วยด้วย!” แต่คนตกหน้าผาลงไปแทนคือมณฑา มณฑาพลัดตกหน้าผาลงไป
         “มณฑา!” เสียงของเหมและอวัศยาเมื่อเห็นมณฑาตกลงไปหน้าผาแต่จะช่วยก็ไม่ทันแล้วเพราะตอนนี้ร่างของมณฑากำลังร่วงลงไปข้างล่างเหวที่ลึกแทบจะไม่ได้ยินเสียงร้องอีกต่อไป


ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารักตอนที่12 จำไม่ได้



จำไม่ได้

        ในห้องหอคืนส่งตัวเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเข้าเรือนหอทุกคนอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันมีเหม มณฑา อังกาบ บุญนาค และราตรีต่างมาอวยพรให้ลูกๆอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
หมดเคราะห์หมดโศกสักทีนะลูกอังกาบบุญนาคผู้เป็นพ่อแม่ของฉัตรฟ้านั่งพูดกับลูกที่เพิ่งรู้ความจริงว่าฉัตรฟ้าไปที่หน้าผาแล้วเกิดพลัดตกลงไปเหมก็เช่นกันแต่ทั้งสองรอดขึ้นมาได้เหมเป็นคนเล่าเรื่องทุกอย่างให้ทุกคนฟังโดยโกหกทุกคนว่าตนไปเจอฉัตรฟ้าที่ใต้หน้าผานอนสลบอยู่พอตื่นขึ้นหมาฉัตรฟ้าก็จำอะไรไม่ได้แล้ว
คราวหน้าคราวหลังเจ้าก็อย่าคิดพิลึกไปไหนมาไหนคนเดียวในค่ำคืนแบบนั้นเจ้านี่พิลึกคนรู้ไหมว่าถ้าเจ้าเป็นอะไรขึ้นมาพ่อกับแม่จะอยู่ได้อย่างไรฉัตรฟ้า
         “ฉัตรฟ้าขออภัยพ่อกับแม่นะจ๊ะที่ฉัตรฟ้าทำอะไรโดยไม่ทันคิด
         นี่เจ้าจำอะไรไม่ได้จริงๆหรอฉัตรฟ้า มณฑาถามฉัตรฟ้าด้วยความสงสัย
         ใช่จ่ะ ฉัตรฟ้าจำอะไรไม่ได้เลย ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว
         “เอาล่ะ น้องบอกว่าจำไม่ได้ก็คือจำไม่ได้เจ้าจะไปเซ้าซี้น้องให้ปวดกระบาลทำไมน่ะมณฑา
บุญนาคผู้เป็นพ่อดุมณฑา
         “มณฑาก็คงจะเป็นห่วงน้องน่ะอย่าว่าลูกเลยนะ ราตรีพูดกับบุญนาคเมื่อเห็นสีหน้าของมณฑาดูไม่ดีเมื่อโดนบุญนาคดุ

เอาล่ะในเมื่อเรื่องร้ายๆมันก็ได้ผ่านไปแล้ววันนี้แม่มาอวยพรให้พวกเจ้ารักกันนานๆนะลูกมีอะไรก็ค่อยๆพูดจากันให้เอาน้ำเย็นลูบก่อนค่อยๆคุยกันรักกันนานๆมีหลานให้แม่เร็วๆนะลูก ราตรีอวยพรเหมและอวัศยาพร้อมกับกุมมือทั้งสองคนมาวางไว้ด้วยกัน
         พี่ก็ขอให้ทั้งสองคนรักกันนานๆอย่าได้มีเรื่องใดมาเป็นอุปสรรค รักกันให้สมกับความเสียใจของใครคนหนึ่งมณฑาพูดด้วยท่าทางเย็นชา
         “พี่มณฑาพูดอะไรจ๊ะ ฉัตรฟ้าไม่เข้าใจ
         “พี่หมายถึงลำดวนน่ะ ใครๆก็รู้ว่าลำดวนรักชอบพอพี่เหมแต่ก็ต้องเสียใจเพราะพี่เหมรักเจ้าไงล่ะ
         “เอาล่ะๆ พวกเราก็คงจะส่งพวกเจ้าแค่นี้คู่บ่าวสาวคงอยากจะพักผ่อนจะแย่ใช่ไหมจ๊ะเหมลูกแม่
ราตรีพูดพร้อมกับมองหน้าเหมอย่างรู้ใจลูกชาย
         “ถ้าอย่างนั้นแม่กับพ่อต้องขอตัวกลับแล้วนะลูกมีความสุขมากๆนะจ๊ะ อังกาบพูดพร้อมกับไปกอดอวัศยาด้วยความรัก
         อวัศยารู้สึกผูกพันกับบุญนาคและอังกาบอย่างบอกไม่ถูกถึงแม้ว่าอวัศยาจะไม่ใช่ฉัตรฟ้าแต่เธอก็รู้สึกรักท่านทั้งสองมากเช่นกันเมื่อทุกคนกลับไปหมดแล้วเหมและอวัศยาก็อยู่ด้วยกัน
         “อวัศยาเจ้าเป็นอะไรไหมสบายใจดีใช่ไหมถ้ามีอะไรก็บอกพี่ได้นะ
         น้องสบายใจดีจ่ะแต่แค่ไม่รู้ว่าจะปิดบังทุกคนได้นานแค่ไหน
         เจ้าสบายใจได้นะ ไม่ใครรู้นอกจากเราสองคนตอนนี้เราทำได้แค่ปิดบังเรื่องทุกอย่างเอาไว้ก่อนเพราะเรายังไม่รู้เลยว่าใครคือคนที่ไม่หวังดีกับฉัตรฟ้าเหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยาอย่างจริงจัง
         จ่ะ น้องจะพยายามนะจ๊ะ
         “ในช่วงนี้เจ้าก็อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่กับแพงตลอดเวลาเข้าใจไหม
         “จ่ะพี่เหม
         “พี่รักเจ้าที่สุดนะ อวัศยา ไว้รอให้เรื่องทุกอย่างมันคลี่คลายเราค่อยหาโอกาสบอกความจริงกับทุกคน
เหมกอดอวัศยาด้วยความรักตอนนี้ทั้งสองไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรแต่แค่มีกันและกันแค่นี้ก็อุ่นหัวใจแล้วสำหรับทั้งสองคน

ทอง วิชุดา

นวนิยาย เรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารักตอนที่11มาทันเวลาพอดี



มาทันเวลาพอดี

          บ้านเรือนไทยผู้คนแขกผู้ใหญ่มากันเต็มบ้านมีวงมโหรีเล่นคลอเสียงเพลงเบาๆบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้มีงานรื่นเริง
        “คุณหนูฉัตรฟ้าๆมาแล้วคุณหนูมาตั้งแต่ตอนตอนไหนจ๊ะคุณหนูๆแพงดีใจที่ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นฉัตรฟ้านอนอยู่บนที่นอนทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉัตรฟ้าหายตัวไปทุกคนต่างตามหากันให้วุ่นวาย
        “อวัศยาตื่นลืมตาขึ้นมาด้วยอาการมึนงง
        “คุณหนูตื่นก็ดีแล้วค่ะเรื่องที่คุณหนูหายไปเมื่อคืนค่อยมาให้แพงฟังใหม่นะคะแต่ตอนนี้รีบไปแต่งตัวก่อนจ่ะเดี๋ยวไม่ทันพิธี
แพงพูดพร้อมกับลากอวัศยาไปแต่งตัวด้วยความเข้าใจผิดว่าอวัศยาคือฉัตรฟ้านั่นเอง
        “เอิ่ม อ่า นี่มันอะไรกันคะอวัศยากำลังจะถามแพงด้วยความงงงวยและแปลกใจในสภาพที่เธอกำลังอยู่เป็นบ้านเรือนไม้ทรงไทยที่เธอฝันเห็นบ่อยๆเธอก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเธออาจจะมาโผล่ในอดีตเหมือนกับเหม
        “แล้วพี่เหมล่ะจ๊ะพี่เหมเป็นอะไรหรือเปล่าอวัศยาถามแพงด้วยความสงสัยและเป็นห่วงเหม
        คุณเหมกลับไปแต่งตัวแล้วจ่ะนี่ถ้าคุณคุณท่านทั้งสองรู้ว่าคุณหนูกับคุณเหมหายไปด้วยกันทั้งคืนแบบนี้ละก็เป็นเรื่องใหญ่แน่ๆจ่ะ
        “ฉันกับพี่เหมเนี่ยนะหายไปด้วยกันหายไปแค่คืนเดียวหรอ
อวัศยาถามแพงด้วยความสงสัยแต่ก็พอรู้เรื่องจากเหมมาแล้วบ้างเธอเลยตามน้ำไปก่อน
        “ก็ใช่น่ะสิจ๊ะแพงก็เป็นห่วงคุณหนู คุณหนูมณฑากลับมาก็ไม่พูดอะไรมีท่าทีแปลกๆแพงก็เลยมารอคุณหนูที่ห้องแต่ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหนตื่นมาอีกทีก็เจอคุณหนูนอนอยู่บนเตียงแล้ว
        อ้อหรอฉัตรฟ้าพูดพร้อมกับท่าทีคิด
        ทำไหรอจ๊ะ
        “เปล่าจ่ะอวัศยาตอบด้วยท่าทีฉุกคิด
        “เสร็จแล้วคุณหนูของแพงงามที่ที่สุดเลยจ่ะถ้าคุณเหมเห็นต้องมองตาไม่กระพริบแน่ๆเลย
        ไม่หรอกแพงก็พูดเกินไป

บนเรือนกำลังเป็นพิธีแต่งงานระหว่างฉัตรฟ้าและเหมทั้งสองต่างมีญาติพี่น้องมาอวยพรและร่วมแสดงความยินดีอย่างมีความสุขโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าผู้หญิงที่กำลังเข้าพิธีแต่งงานอยู่นั้นไม่ฉัตรฟ้าแต่คืออวัศยามีแต่เหมและอวัศยาสองคนเท่านั้นที่รู้กัน พิธีแต่งงานสำเร็จไปได้ด้วยดีโดยเหคอยช่วยอวัศยาในทุกๆด้านเพราะถึงแม้อวัศยาจะทำทุกคนได้จากความฝันแต่ในความเป็นจริงแล้วอวัศยาก็ยังมีความกังวลอยู่ ในขณะที่ทุกคนกำลังมีความสุขมีใครคนหนึ่งกำลังนั่งร้องให้ด้วยความเป็นทุกข์ด้วยความอิจฉาริษยาภายในจิตใจของเธอตอนนี้ต้องการเอาชนะปล่อยให้กิเลศมันครอบงำจิตใจอยู่ตอนนี้ รอวันที่จะเอาคืน

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่องข้ามขอบฟ้า มาหารักตอนที่10 ได้โปรดปล่อยมือฉัน



ได้โปรดปล่อยมือฉัน

แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในห้องนอนแยงตาคนสองคนที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนที่นอนอันแสนนุ่มทำทั้งสองต้องลืมตาตื่นขึ้นมา
        “ตื่นแล้วหรอ คนดีของพี่
        “นาย เอ้ย พี่เหมตื่นเช้าจังค่ะอวัศยามองหน้าเหมที่กำลังกอดเธออยู่
เป็นธรรมดาของพี่ พี่ก็ตื่นเช้าทุกวันแบบนี้แหละแต่วันนี้ไม่ธรรมดาเพราะตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเจ้าเป็นคนแรกอยากตื่นมาแบบนี้ทุกวันแล้วเห็นหน้าเจ้าจังเลยอวัศยา เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยาที่กำลังเขินหน้าแดงในอ้อมกอดของเขา
        “หมอกก็เหมือนกันค่ะ หมอกมีความสุขที่ได้อยู่กับพี่เหม ไม่ว่าวันข้างหน้าเป็นยังไงหมอกก็จะยอมรับมันถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม
        “ไม่เอาน่า เราต้องได้อยู่ด้วยกันสิไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรพี่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุดนะ
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรักแต่ภายในใจก็หวั่นใจทั้งสองคนกลัวว่าจะไม่ได้พบกันอีก
ที่ที่ข้าจากมางั้นเหรอ จู่ๆเหมก็นึกถึงคำที่แม่ชีบอก
         “อะไรหรอจ๊ะพี่เหม
        “พี่กำลังนึกถึงคำที่แม่ชีบอกบอกวันนั้น ที่ว่าที่ๆจากมา ใช่แล้วต้องใช่แน่ๆก่อนที่พี่จะมาโผล่ที่นี่พี่ตกเหวข้างล่างเหวเป็นแม่น้ำหลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้สติอีกเลยรู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ห้องเจ้า
เหมพูดพร้อมกับทำท่าทีตื่นเต้น
        “พี่เหมกำลังจะบอกว่าถ้าพี่ได้ไปที่หน้าผาแล้วตกลงไปหน้าผาอีกครั้งจะทำให้พี่กลับอดีตได้ใช่ไหมจ๊ะ
        พี่ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกันจ่ะอวัศยาเจ้าพอจะรู้ไหมว่ามีสถานที่นี้อยู่ที่ไหนบ้าง
        “อืม คิดออกแล้วจ่ะมีอยู่ที่หนึ่งที่หมอกเคยไปแม่พาหมอกไปตอนที่หมอกยังเด็กตอนนั้นหมอกรู้สึกคุ้นกับที่นั่นมากๆเลยแล้วแม่ก็บอกอวัศยาด้วยว่าให้จำไว้ให้ดีๆหมอกจึงไม่เคยลืม
        “ถ้าอย่างนั้นมันต้องมีอะไรแน่ๆเลยไม่งั้นแม่ชีไม่บอกให้หมอกจำหรอก หมอกพาพี่ไปหน่อยได้ไหมหมถามอวัศยาด้วยความสงสัย
        “ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวหมอกจะพาพี่ไปเอง อวัศยาพูดด้วยใจหวั่นไหวรู้สึกแปลกๆที่ต้องพาเหมไปที่นั่น
        ในป่าลึกอวัศยาและเหมเดินทางเข้ามาถึงในป่าลึกที่อวัศยาเคยมาแต่ตอนเด็กเมื่อคราวที่แม่ชีพามานั่งสมาธิอวัศยาและภูผาเดินทางมาถึงหน้าผาที่อยู่ภายในถ้ำไม่มีใครรู้เลยว่าข้างหลังถ้ำนี้เป็นหน้าผาสูงชันเพราะไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่เนื่องจากผู้ที่ชำนาญทางจริงๆเท่านั้นถึงจะรู้เพราะถิ่นนี้มีแต่คนลือว่าถ้าใครหลงเข้ามาก็จะออกไปไม่ได้หรือถ้าใครออกไปได้สิติก็จะฟั่นเฟือนไปเลยจึงไม่มีใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้เลยถึงกระนั้นทางเข้าไปหน้าผาก็ต้องรอให้น้ำลดก่อนถึงจะลอดเข้าไปหน้าผาได้
        ที่นี่มันที่เดียวกันกับตอนที่พี่ตกลงไปเลยนี่อวัศยา เหมมองไปรอบๆบริเวณหน้าผาเป็นสถานที่เดียวกันที่อยู่ในภพนั้นตอนที่ออกตามหาฉัตรฟ้ากับมณฑา
        “จริงหรอจ๊ะหรือว่าที่นี่อาจะจะเป็นประตูมิติข้ามเวลาที่พาพี่เหมมาที่ก็ได้
        “ก็อาจจะใช่พี่ว่ามันต้องใช่แน่ๆเลย
        “โหวสูงจังเลยจ่ะมองไปไม่เห็นข้างล่างเลยขืนตกลงไปคงไม่รอดแน่ๆเลย
อวัศยาพูดพร้อมกับก้มลงไปดูหน้าผา ขณะที่เหมและอวัศยากำลังคุยกันอยู่นั้นฟ้าก็มืดครึ้มมามีลมพัดมาอย่างรุนแรงเป็นพายุใหญ่พลัดทั้งสองตกลงไปที่หน้าผา
        “พี่เหม!”อวัศยาตกใจเมื่อเหมพลัดตกลงไปที่หน้าผาแต่อวัศยาคว้ามือเหมไว้ทันมื้อข้างหนึ่งจับแขนเหมไว้อีกข้างหนึ่งจับกิ่งไม้ไว้ร่างของทั้งสองต่อกันนั้นเอง
        “อวัศยาปล่อยพี่เถอะ ถ้าเจ้าไม่ปล่อยเจ้าอาจตกลงไปกับพี่นะ
        “ไม่ หมอกไม่ปล่อยยังไงก็ไม่ปล่อยพี่เหมจับหมอกไว้แน่นๆนะ
        “อย่าเลยหมอกยังไงพี่ก็ขึ้นไปไม่ได้แล้วถ้าขืนหมอกยังอยู่แบบนี้เราอาจไม่รอดทั้งคู่นะหมอกปล่อยมือพี่แล้วขึ้นไปซะ
        “ไม่หมอกไม่ปล่อยๆ ฮือๆอวัศยาร้องให้เพราะตอนนี้แขนเธอหมดแรงแล้วกลัวว่าถ้าปล่อยเหมไปจะไม่ได้เจอกันอีก
        หมอก ฟังพี่นะ ถ้าขืนหมอกยังจับพี่ไว้อยู่อย่างนี้ถ้าเราตกลงไปเราอาจจะไม่รอดทั้งคู่หรือบางที่พี่ตกลงไปพี่อาจจะกลับอดีตได้ปล่อยพี่เถอะนะหมอกแล้วหมอกก็ไต่ขึ้นไปซะก่อนที่หมอกจะหมดแรงนะหมอกนะ
        “ก็ได้จ่ะ หมอกจะปล่อยพี่ หมอกรักพี่นะรักตลอดและรอพี่ตลอด
        “พี่ก็รักหมอกนะรักมากๆด้วย
        ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความอาลัยอาวรณ์ และแล้วอวัศยาก็ปล่อยมือแต่มือที่ปล่อยไม่ใช่มือด้านที่จับเหมไม้แต่เป็นมือที่จับกิ่งไม้ต่างหาก ใช่แล้วอวัศยายอมตกลงไปพร้อมเหมทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรถ้าเธออยู่โดยปราศจากคนที่เธอรักมันก็ไม่มีความหมายสำหรับเธอการที่เธอทำแบบนี้อย่างน้อยเธอก็จะได้ไปเผชิญกับเขาไม่ได้ปล่อยให้คนที่เธอรักเผชิญกับสิ่งเลวร้ายแต่เพียงลำพัง

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่อง ข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนที่9 ความผูกพัน




 ความผูกพัน 

ท่ามกลางความความเงียบเสียงร้องให้ดังอึกๆของอวัศยาเมื่อภูผาเดินกลับไป
        “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ไหวไหม เหมเดินเข้ามาถามอวัศยาด้วยความเป็นห่วง
        “นาย ฮือๆ ทำไมๆภูผาไม่เข้าใจฉันเลยฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ของภูผาคิดยังไงกับฉัน ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรกคงไม่ตัดสินคบกับภูผาตั้งแต่แรกหรอกฉันมันก็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่คู่ควรกับเขา อวัศยาพูดแล้วร้องให้ไปด้วย
       “เจ้าอย่าพูดอย่างนั้นสิ คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเองนะ เจ้าก็มีคุณค่าในตัวเจ้าจำไว้นะอวัศยาหมพูดพร้อมกับเดินไปลูบหลังอวัศยาเบาๆ  
        ฉันก็แค่น้อยใจอ่าฮือๆทำไมชีวิตฉันไม่เคยจะสมหวังสักที ทำไมทำไมอ่าอวัศยาพูดแล้วร้องให้ฟูมฟาย
        “ไม่เอาน่าไม่ร้องนะ คิดซะว่ามันยังไม่ใช่วันของเราสักวันเมื่อฟ้าอยู่ข้างเราทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นนะเชื่อข้า เลิกร้องได้แล้วๆ เหมพูดกับอวัศยาพร้อมกับลูบหลังปลอบใจอวัศยาทั้งคู่กอดกันด้วยความรู้สึกอุ่นใจและผูกพันราวกับว่ารู้จักกันมาเนิ่นนานทั้งสองกอดกันอย่างเนิ่นนานนานจนอวัศยาหยุดร้องให้ทั้งสองรู้ตัวว่ากอดกันมานานแล้ว อวัศยามองหน้าเหมที่สูงกว่าตัวเองเหมก็มองตาอวัศยาเช่นกันทั้งสองประสานสายตากันสบตากันเนิ่นนานใบหน้าทั้งสองเริ่มใกล้กันเข้าเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกันใบหน้าชิดกันเรื่อยๆเหมค่อยๆโน้มลงมาประทับที่ริมฝีฝากอวัศยาอย่างแผ่วเบาทั้งสองจูบกับอย่างเนิ่นนานภาพความทรงจำเก่าๆประเดประดังเข้ามาในหัวของทั้งสอง อวัศยาและเหมไม่อาจต้านแรงเสน่ห์หาได้ทั้งสองปล่อยให้เป็นไปตามกามอารมณ์จนรุ่งเช้า
        “พี่เหมอวัศยามองหน่าเหมที่นอนหลับอยู่ข้างแล้วเอามือไปลูบใบหน้าชายหนุ่มอย่างเบาๆ เหมรู้สึกตัวอวัศยาแกล้งทำเป็นหลับ
        “ตื่นได้แล้วคนดีของพี่เหมปลุกอวัศยาด้วยการหอมแก้มแล้วเอามือเขี่ยไปที่แก้มขาวนวลวนไปอยู่อย่างนั้นอย่างเอ็นดูแต่อวัศยาก็ยังหลับอยู่อย่างนั้น
        “ข้ารู้นะว่าเจ้าตื่นแล้ว ตื่นก่อนข้าเสียอีก อวัศยาได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นอย่างทันทีทันใดโดยไม่มองหน้าเหมเพราะความเขิน
         “เอิ่มอ่า ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ อวัศยาพูดแบบติดขัดแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำด้วยท่าทางขวยเขิน
       “นี่เจ้าไม่เสียใจแล้วหรอ อวัศยา เหมพูดแซวอวัศยาทั้งที่รู้ว่าอวัศยาเขินไม่ได้ยินเสียงตอบกลับใดๆจากหญิงสาวได้ยินแต่เสียงปิดประตูห้องน้ำดังปั้ง!
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแต่ทำไมเราสองคนรู้สึกผูกพันกันมามายขนาดนี้เหมือนรู้จักกันมาก่อนนะเพราะอะไรไม่รู้แต่ที่รู้ๆตอนนี้หัวใจของทั้งสองคนกำลังพองโตและมีกันและกันในพื้นที่หัวใจของทั้งสอง

คน

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนทึ่8 เราเลิกกันเถอะ



เลิกกันเถอะ

อวัศยาและเหมกลับมาถึงห้องด้วยความสงสัยความเหนื่อยล้าต่างคนต่างหมดแรง
เฮ้อ เหนื่อยจังเล้ยอวัศยาพูดพร้อมกับทิ้งตัวลงที่นอน
เจ้าไปอาบน้ำอาบท่าเถอะวันนี้เจาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เหมบอกอวัศยาที่กำลังนอนอยู่บนที่นอน
ว่าไงนะ อวัศยาลุกขึ้นมาถามเหมด้วยความตกใจ
ทำไมเจ้าต้องตกใจขนาดนั้นด้วยข้าแค่บอกให้ไปอาบน้ำจะได้พักผ่อน เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยา
ก็ฉันแค่ไม่คิดว่านายจะเป็นห่วงฉันอ่ะอวัศยาพูดพร้อมกับมองหน้าเหม
ข้ากำลังคิดถึงคำที่แม่ชีบอกข้าว่าถ้าถึงเวลาข้าก็จะกลับได้เองแต่นี่มันคงยังไม่ถึงเวลาข้าถึงยังกลับไม่ได้หรือบางทีข้าอาจจะไม่ได้กลับไปแล้วก็ได้ เหมพูดพร้อมกับท่าทีหมดหวังอวัศยานิ่งไปสักพักเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
เจ้ามาแบบไหนเจ้าก็จะได้กลับไปแบบนั้นอวัศยาทวนคำพูดของแม่ชีอย่างช้าๆ
อ๋อ ฉันคิดออกแล้ว!” อวัศยาพูดพร้อมกับท่าทีดีใจแล้วรีบกระโดดลงมาจากที่นอนลงมาหาเหมที่นั่งอยู่เก้าอี้
อ้าย!”อวัศยาลื่นล้มหัวกำลังจะตกพื้นแต่แล้วเหมก็วิ่งเข้ามารับได้ทันทั้งสองอยู่ในสภาพที่เหมกำลังคร่อมตัวอวัศยาอยู่
เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่าหมถามอวัศยาด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับมองหน้าอวัศยา
ปะเปล่าฉันไม่ได้เจ็บตรงไหนนายล่ะเจ็บตรงไหนหรือเปล่า อวัศยามองหน้าเหมด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองสบตากัน ใบหน้าทั้งสองเริ่มเข้าใกล้กันเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจๆอุ่นๆของกันและกัน 
ทำอะไรกันน่ะ!” เสียงของภูผาเปิดประตูเข้ามาเห็นเหมและอวัศยากำลังคร่อมกันอยู่
ภูผา มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ อวัศยารีบลุกออกจากเหม
ไอ้บ้าเอ๊ย !” ภูผาไม่ฟังที่อวัสยาพูดรีบวิ่งเข้ามาชกเหม
หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ อวัศยาห้ามภูผาและเหมที่กำลังชกกันอยู่แต่ทั้งสองก็ยังไม่หยุดจนอวัศยาวิ่งเข้าไปห้ามและผลักทั้งสองออกจากกัน เหมกระเด็นออกไปชนกับเหลี่ยมโต๊ะทำให้หัวแตก
โอ๊ย!” เสียงเหมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอวัศยารีบวิ่งเข้าไปดูเหม
นายเป็นอะไรหรือเปล่าเจ็บตรงไหนไหม อวัศยาถามเหมด้วยความเป็นห่วงโดยไม่รู้ตัวเลยว่าภูผากำลังมองท่าทีของอวัศยาอยู่
เปล่า ข้าไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าไปดูคนรักของเจ้าเถอะ เหมพูดพร้อมกับมองหน้าภูผาเมื่อได้ยินดังนั้นอวัศยาเพิ่งคิดได้ว่ายังมีภูผายืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน อวัศยานึกเอะใจไม่รู้ทำไมทั้งที่ภูผาเป็นแฟนของเธอแท้ๆแต่เธอกลับห่วงเหมมากกว่า
ภูผา นายเป็นอะไรหรือเปล่า ใจเย็นลงแล้วใช่ใหม อวัศยาเดินไปหาภูผาพร้อมกับจับมือภูผาที่กำลังยืนนิ่งอยู่
นี่หมอกเพิ่งนึกได้หรอว่าเรายืนอยู่ตรงนี้ ภูผาประชดอวัศยา
มันไม่ใช่อย่างที่ภูผาคิดนะอวัศยาพยายามอธิบาย
พอเถอะหมอกเราไม่รู้ว่าหมอกกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาที่เราคบกันเหมือนหมอกมีอะไรปิดบังเราตลอดเหมือนเราเข้าไม่ถึงใจของหมอกซักที่ซึ่งเราไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร ภูผาพูดด้วยความอัดอั้นใจตลอดเวลาที่คบกันอวัศยาไม่เคยให้ความสำคัญกับภูผาเลยถึงแม้ว่าจะเป็นแฟนกัน
อวัศยากับภูผาก็ไม่เคยทำอะไรล่วงเกินกันเลย

เราขอโทษนะภูผาตลอดเวลาที่ผ่านมาถ้าเราทำอะไรให้ภูผาไม่พอใจแต่ทุกอย่างที่เราทำเราไม่ได้ตั้งใจปิดบังเธอเลยนะ
แม้กระทั่งเรื่องนี้หรอหมอก เรื่องที่หมอกบอกว่าไม่ได้ปิดบังแล้วพาผู้ชายมาทำแบบนี้เนี่ยนะ ถ้าเราไม่เข้ามาเจอเธอกับมันก็คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วมั้ง
ภูผาพูดด้วยความโมโห
มันจะมากเกินไปแล้วนะภูผา จะไม่ดูถูกกันไปหน่อยเหรอถ้าพูดแบบนี้ก็กลับไปเลยนะ
ไปแน่หมอกไม่ต้องไล่เราหรอก ถ้ารู้แบบนี้เราน่าจะเชื่อคำที่แม่พูดตั้งแต่แรก ว่าเรามันอยู่คนละชั้นกัน
ถ้าพูดแบบนี้เราว่าภูผาก็กลับไปเถอะเราไม่ต้องคุยกันอีกแล้วภูผากลับไปเถอะแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับหมอกอีก
อวัศยาพูดด้วยความเสียใจไม่คิดว่าแม่ของภูผาจะคิดกับตัวเองแบบนี้
ได้หมอก งั้นเราก็เลิกกันเถอะจบกันแค่นี้พอกันที ภูผาพูดพร้อมด้วยสีหน้าโมโหพร้อมกับเดินกลับไปทิ้งให้อวัศยายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันอยู่ในสายตาของเหมตลอด

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่อง ข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนทึ่7 มาทางไหนกลับไปทางนั้น



มาทางไหนกลับไปทางนั้น

คนสวยครับ รับโทรศัพท์ด้วยครับ เสียงโทรศัพท์ของอวัศยาดังขึ้น
จ้าภูผาว่าไง อวัศยารับโทรศัพท์
หมอกอยู่ไหนเราโทรหาหมอกตั้งหลายครั้งทำไมไม่รับสายสักทีภูผาถามอวัศยาด้วยความสงสัยเพราะสองสามวันมานี้อวัศยาแทบไม่ได้รับโทรศัพท์เลย
เราออกมาทำธุระอ่า ขอโทษภูผาด้วยนะที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เลย อวัศยาบอกภูผาด้วยสีหน้ากังวล
ธุระอะไรอ่าหมอกทำไม่ไม่บอกเราเราจะได้พาไป ช่วงนี้ดูหมอกเหมือนจะมีธุระตลอดเลยนะ เหมือนว่าหมอกกำลังปิดบังอะไรเราอยู่ ภูผาถามหมอกด้วยท่าทีสงสัย
เปล่าหรอกแต่เรายุ่งจริงๆไว้เดี๋ยวเรากลับไปเราไปกินข้าวกันนะเราจะไปเที่ยวกับภูผาทุกที่เลยดีเปล่า อวัศยาพูดพร้อมกับท่าทีรู้สึกผิดเพราะเธอเองก็ไม่ได้บอกภูผาเหมือนกันว่าเหมมาอยู่กับเธอเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะเข้าใจได้ง่ายขืนพูดไปนอกจะภูผาจะไม่เชื่อแล้วก็ได้หาว่าเธอบ้าพอดี
คนรักเจ้าโทรมาเหรอ ภูผาด้วยความสงสัย
ใช่ ภูผาเค้าน้อยใจที่ฉันไม่ค่อยมีเวลาให้เค้าอ่าแล้วเค้าก็เริ่มสงสัยเรื่องนายแล้วซึ่งฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะปิดบังเขาได้นานเท่าไหร่อวัศยาพูดด้วยท่าทีกังวล
แล้วทำไมเจ้าไปบอกความจริงคนรักของเจ้าไปเลยล่ะถ้าเขารักเจ้าจริงเขาก็ต้องเข้าใจเจ้าข้าเชื่ออย่างนั้น เหมแนะนำอวัศยาด้วยความหวังดี
แล้วนายจะให้ฉันบอกเขาว่ามีผู้ชายจากที่ไหนไม่รู้มานอนกับฉันทั้งที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนนี่นะเขาได้โกรธฉันตายพอดีภูผาน่ะเขาเป็นคนใจร้อนจะตายอวัศยาบอกเหมด้วยท่าทีคิดหนัก
ถ้าอย่างนั้นเจ้าต้องรีบหาทางช่วยข้าให้กลับอดีตได้เร็วที่สุดข้าจะได้ไมต้องอยู่เป็นภาระเจ้าและทำให้เจ้าต้องลำบากเหมพูดกับอวัศยาด้วยท่าทีจริงจังแต่ทำไมเขาต้องรู้สึกหงุดหงิดทุกทีที่อวัศยาพูดถึงคนรักของเธอ
ฉันก็กำลังหาทางอยู่นี่ไงล่ะนายก็ใจเย็นๆหน่อยสิ ฉันรู้ว่านายอยากรีบกลับไปหาคนรักของนายแต่ฉันก็พยายามเต็มที่อยู่นี่ไง อวัศยาตอบเหมด้วยสีหน้าจริงจังแต่ในใจรู้สึกแปลกๆในหัวใจเหมือนกับเหมไม่มีผิด
ฉันนึกออกแล้วฉันรู้จักคนหนึ่งท่านเป็นผู้เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็กๆเป็นคนที่ฉันเคารพบางครั้งท่านอาจจะช่วยเราได้ อวัศยาบอกกับเหมด้วยสีหน้ามีความหวัง
ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเลย จะมัวรอช้าอยู่ทำไม เหมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
อวัศยาพาเหมมาที่วัดแห่งหนึ่งที่อยู่ในป่าเป็นวัดป่าที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก สงบเงียบบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การมานั่งสมาธิสงบจิตใจ
ทำไมถึงได้เงียบแบบนี้เรามาถูกทางแล้วใช่ไหม เหมถามอวัศยาด้วยความกังวล
ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ฉันแยกจากแม่นานมากแล้ว นานๆทีแม่จะติดต่อกลับมาหาฉันบ้างมีแต่เป็นจดหมายเท่านั้น อวัศยาบอกเหม
แล้วเราจะหาท่านเจอไหมเหมถามด้วยความสงสัย
ทั้งสองเดินเข้ามาหลังวัดเป็นป่าลึกที่เงียบสงบปราศจากความวุ่นวายมีแต่เสียงสัตว์ป่าเท่านั้นที่ดังออกมา
นั่นไง แม่ฉันอวัศยาเห็นแม่ชีที่นั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่
มาแล้วหรอแม่ชีถามทั้งสองเหมือนกับรู้มาก่อนว่าทั้งสองจะมาหา
ใช่จ่ะแม่หมอกพาคนไร้ที่พึ่งมาพึ่งแม่ค่ะหมอกไม่รู้ว่าจะช่วยเขาได้ยังไงเลยพามาหาแม่เผื่อแม่จะมีแนวทางช่วยเขาได้บ้าง อวัศยาบอกแม่ชีด้วยความจริงใจ
เจ้าใช่ไหม ไม่ต้องพูดอะไรหรอกเรารู้แล้ว  แม่ชีมองหน้าเหม
ใช่จ่ะข้าไม่รู้จะกลับในที่ของข้าอย่างไรตอนนี้ข้าทุกข์ใจนักแม่ชีพอจะมีแนวทางช่วยข้าได้หรือเปล่าจ๊ะเหมเล่าความในใจให้แม่ชีฟังด้วยความทุกข์

เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของพวกเจ้าทั้งสองเป็นเรื่องของโชคชะตาแม่บอกอะไรไม่ได้มากแม่บอกได้แค่ว่าเหตุที่นำพาเจ้ามาเพื่อพากลับไปแค่นั้น เมื่อถึงเวลาเจ้ามาทางไหนเจ้าก็ต้องกลับไปทางนั้น แม่ชีพูดพร้อมกับหลับตาเล่าเป็นความนัย ทั้งเหมและอวัศยามองหน้ากันด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจที่แม่ชีพูดอัวศยากำลังจะหันหน้าไปถามแม่ชีแต่ก็ไม่เจอแม่ชีแล้วทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังนั่งคุยกันอยู่ตรงหน้าอวัศยาและเหมอยู่เลย

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่องข้ามขอบฟ้ามาหารักตอนที่6 ทำไมไม่ช่วย




 ทำไมไม่ช่วย

         “เมื่อกี๊ เจ้าบอกว่าข้อคือคนที่จ้าฝันเห็นบ่อยๆใช่ใหม เหมถามอวัศยาด้วยความสงสัย
        “ใช่ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกนว่าทำไม ฉันฝันเห็นนายตลอดและก็ฝันเห็นตัวฉันบ้างบางครั้งเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดข้นมาแล้ว อวัศยาพูดให้เหมฟังด้วยสีหน้าจริงจัง
         ข้าว่าสิ่งที่เจ้าพูดมามันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญหรอก เพราะเจ้าก็หน้าเหมือนคนที่ข้ารู้จักในภพของข้าเช่นกัน เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยา
        “แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ นายมาได้ยังไงจำอะไรได้หรือเปล่า อวัศยาถามด้วยความสงสัย
        “จำได้สิข้ายังจำความรู้สึกก่อนที่ข้าจะมาโผล่ที่นี่ได้ดีอยู่เลย เหมพูดด้วยน้ำเสียงปนเศร้า
        “ทำไมหรอมันเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้เล่าให้ฉันฟังได้หรือเปล่า เผื่อว่าฉันจะช่วยนายได้บ้าง  อวัศยาถามเหมด้วยความเป็นห่วง
        เหมมองหน้าอวัศยาครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเล่าความจริงทุกอย่างให้อวัศยาฟังเพื่อที่จะได้หาทางกลับอดีต
        ไม่อยากจะเชื่อเลยเนอะว่าฉันจะหน้าเหมือนแฟนนายแล้วเรื่องที่นายตกหน้าผาแล้วมาโผล่ที่นี่อีก ฉันว่าบางทีการที่นายมาโผล่ที่นี่อาจเป็นเพราะอะไรบางอย่างที่อยากให้นายได้รู้ความจริง อวัศยาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
        ข้าก็คิดเหมือนเจ้า แต่ตอนนี้ข้าเป็นห่วงฉัตรฟ้าเหลือเกินไม่รู้ว่าป่านนี้จะไปอยู่ที่ไหนเป็นตาร้ายดีอย่างไรเหมพูดด้วยสีหน้าเศร้าและเป็นห่วงฉัตรฟ้า
        “นายไม่ต้องห่วงนะ ฉันสัญญาว่าฉันจะหาทางช่วยนายกลับไปอดีตให้เร็วที่สุดนายต้องกลับไปได้แน่ๆ อวัศยาพูดพร้อมกับกุมมือเหมเบาๆ
        เจ้าคิดว่าข้าจะกลับไปได้หรอเจ้าช่วยข้าได้จริงๆหรอเหมพูดพร้อมกับรอฟังคำตอบกับ อวัศยาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
        ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะช่วยพานายกลับอดีตได้จริงหรือเปล่า แต่ฉันก็จะพยามยามหาทางช่วยนายแล้วกัน แต่ตอนนี้มันดึกแล้วฉันว่าพรุ่งนี้เราค่อยมาหาทางก็ยังไม่สายนะ อวัศยาพูดพร้อมกับมองหน้าเหม
        “ก็ได้งั้นพรุ่งนี้เราค่อยมาหาทางใหม่แล้วกันเหมพูดพร้อมกับเอนตัวลงนอนที่นอนของอวัศยา
        “นี่นายทำอะไรอ่ะ นั่นมันที่นอนของฉันนะ นายลงมานอนข้างล่างส่วนฉันจะนอนข้างบนอวัศยาว่าเหมด้วยท่าทีไม่ไว้วางใจ
        “ก็ได้ข้านอนข้างล่างก็ได้ นี่ถือว่าเจ้าเป็นผู้ที่จะพาข้ากลับอดีตได้หรอกนะข้าจึงยอมเหมพูดพร้อมกับเดินลงมานอนข้างล่าง
        ทั้งสองคนนอนแต่ก็ยังไม่มีใครเพราะต่างฝ่ายต่างคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นภายในใจที่วุ่นวายพร้อมกับความเงียบของภายในห้องมีแต่เสียงพัดลมเท่านั้น
       วันรุ่งขึ้นนางเอกพาพระเอกไปหาหมอดูชื่อดังในหมู่บ้านแต่ก็ไม่เป็นผลเนื่องจากตอนแรกหมอดูก็มีท่าทีว่าจะช่วยแต่พอดูวันเดือนปีเกิดของทั้งคู่แล้วก็ส่ายหัวแล้วบ่ายเบี่ยงทันทีซึ่งทั้งสองเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมดูต้องมีท่าทีแปลกๆด้วย
        ทำไมหมอดูคนนั้นไม่ยอมช่วยเราทั้งที่ตอนแรกก็ไม่ได้ปฏิเสธเลยสักนิดเหมพูดกับอวัศยาด้วยความสงสัยและโมโหเล็กน้อย
       ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมพ่อหมอต้องมีท่าทีแปลกๆด้วยอวัศยาพูดด้วยความสงสัย
       
แล้วเราจะทำยังไงต่อดี ข้าเริ่มจะท้อแล้วนะขนาดคนที่เจ้ามั่นใจว่าจะช่วยข้าได้ยังช่วยไม่ได้เลย เหมพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า

        เอาน่าวันนี้มันอาจไม่ใช่วันของเราก็ได้นายอย่าพึ่งท้อสิ พรุ่งนี้เราค่อยมาหาทางใหม่ดีไหม อวัศยาพูดปลอบใจเหมทั้งที่ในใจก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะช่วยพาเหมกลับไปอดีตได้จริงหรือเปล่า

ทอง วิชุดา

นวนิยายเรื่อง ข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนที่ 5 เพราะอะไร

เพราะอะไร



เตรียมตัวรับมือให้ท่านพวกคนเจ้าชู้ต่อไปจะชูปีดับปีดูก็แล้วกัน เพราะเคยโดนทำอะไรอย่างนั้นมันเลยฝังใจ เสียงร้องเพลงของอวัศยากำลังร้องเพลงอย่างไพเราะอยู่ในห้องน้ำ
โอ้ยทั้งวันยังไม่ได้อาบน้ำเลยวันนี้ทำไมร้อนอย่างนี้เนี่ยวันนี้เราต้องออกไปทำงานนี่นาเฮ้ยตายแล้วนี่มันกี่โมงแล้วเนี่ยตายตายตายตาย อวัศยารีบหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในห้องน้ำแล้วรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วและรีบวิ่งไปแต่งตัวรีบวิ่งใส่เสื้อสภาพอยู่ในผ้าขนหนูผืนเดียว
เฮ้ยนายเป็นใครเข้ามาในห้อง เข้ามาในห้องฉันได้ยังไงอ่ะ อวัศยาตกเมื่อเห็นผู้ชายมานอนอยู่ในห้องตัวเองในสภาพที่มอมแมมเปียกโชก อวัศยารีบวิ่งไปที่ประตูและเอาไม้มาจะเอามาตีหยิบไม้กวาดเพื่อที่จะเอามาตีแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มเป็นผู้ชายหน้าคุ้นเหมือนที่เคยเหมือนเคยรู้จักมาก่อนเลย อวัศยาทำไม้กวาดร่วงหลุดออกจากมือเพราะผู้ชายที่นอนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นผู้ชายที่เธอฝันถึงบ่อยๆเธอจึงไม่ตีเขาและได้แต่สงสัยอยู่อย่างนั้นท่าทางการแต่งตัวเหมือนกับอยู่ในฝันไม่มีผิดเมื่อเธอนึกได้ เธอก็ทิ้งไม้กวาดลงไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรทำให้เธอทิ้งไม้กวาดลงอย่างไม่มีสติและแล้วเธอก็เปลี่ยนชุดและนั่งเฝ้าดูเขาอยู่อย่างนั้น สักพักถูกเหมค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยอาการปวดศีรษะปวดหัวลืมตาขึ้นมามองดูไปข้างบนเห็นเป็นสีขาว
เรายังไม่ตายอีกหรอเนี่ย อวัศยาได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งเข้ามาดู
นายฟื้นแล้วหรอ อวัศาถามด้วยความสงสัยพร้อมกับมองไปที่หน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้จักเหมตกใจรีบถอยไปข้างหลัง
เจ้าเป็นใครทำไมแต่งตัวแปลกๆ เหมถามด้วยความตกใจ
นายนั่นแหละเป็นใครเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง อวัศยาถามด้วยความสงสัย
 ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันแล้วที่นี่คือที่ไหนทำไมข้าไม่คุ้น ข้าต้องฝันไปแน่ๆ”  เหมพูดพร้อมกับตบหน้าตัวเอง
ข้ารู้สึกเจ็บแสดงว่าข้าไม่ได้ฝัน ที่นี่คือที่ไหนกัน เหมพูดพร้อมกับมองไปรอบๆห้องสี่เหลี่ยมที่แปลกตา
โอ้ยนี่นายหยุดฟูมฟายสักทีได้ไหมแล้วก็หันหน้ามาตอบคำถามฉันว่านายเป็นใคร ชื่ออะไรและเข้ามาที่ห้องฉันได้ยังไง!”  อวัศยาถามด้วยความสงสัย
ข้าชื่อเหม เป็นลูกชายคนเดียวของแม่ราตรีเศรษฐีแห่งบ้านไทรงามไม่มีใครไม่รู้จักข้าแล้วเจ้าล่ะเป็นใคร เหมพูดด้วยท่าทางฉุนเฉียว
ฉันชื่ออวัศยาชื่อเล่นชื่อหมอกเป็นเด็กกำพร้านายรู้จักป่ะ อวัศยาตอบด้วยท่าทางยียวนแล้วนี่นายไม่ใช่คนบ้าใช่เปล่าไปเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาจากไหนอ่ะ จากกองละครย้อนยุคหรอ อวัศยาถามด้วยความสงสัย
นี่เจ้าจะบ้าหรอข้าเหมือนคนบ้าซะที่ไหนเจ้านั่นแหละที่แต่งตัวแปลกๆพูดจาก็แปลกแถมอยู่ในที่ไม่คุ้นตาแบบนี้ด้วย เหมพูดพร้อมกับมองหน้าอวัศยาแล้วมองไปรอบๆฉันไม่รู้หรอกนะว่านายมาจากที่ไหนถิ่นไหนยุคไหนแต่ฉันอยากจะบอกนายว่าที่นี่คือสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ปี่ พ.ศ. 2560 มีพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10 ทรงเป็นประมุข  
อวัศยาตอบแบบช้าๆและใจเย็น
เจ้าว่าอะไรนะ!” เหมถามด้วยความตกใจ
 ก็ที่นี่คือปี พ.ศ. 2560 อย่างไรล่ะ อวัศยาพูดช้าๆ
บ้าไปแล้วจะปีพ.ศ.2560ได้อย่างไรก็ตอนนี้มันยัง พ.ศ.2476อยู่เลย เหมพูดด้วยท่าทีไม่เชื่อที่อวัศยาพูด
ฟังนะฉันไม่รู้หรอกว่านายมาที่นี่ได้ยังไงอะไรพานายมาแต่ที่รู้ๆคือนายคือคนที่ฉันฝันเห็นบ่อยๆซึ่งฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่ที่แน่ๆคือนายต้องยอมรับความจริง อวัศยาพูดด้วยความสงสัย

บ้าไปแล้วถ้าสิ่งที่เธอพูดคือความจริงแสดงว่ามันต้องมีอะไรนำพาข้ามาที่นี่ซึ่งข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เหมพูดด้วยท่าทีหนักใจ
          ทั้งสองนั่งคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งอวัศยาและเหมไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาทั้งสองคนทำไมเรื่องมันช่างดูบังเอิญไปซะทุกอย่างหรือใครต้องการบอกอะไรเราสองคนกันแน่
ทอง วิชุดา

วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยายเรื่อง ข้ามขอบฟ้ามาหารัก ตอนที่ 4 หน้าผานรก

ตอนที่ 4 หน้าผานรก



"ตุ๊บๆ" เสียงดังมาจากประตูหน้าต่างปลุกให้เเพงที่กำลังหลับอยู่ตื่นขึ้นมา
"ใครน่ะ"เเพงถามพร้อมกับเดินไปเปิดหน้าต่าง
"คุณเหมมาทำอะไรจ๊ะ"เเพงถามด้วยความสงสัย
เรามาหาฉัตรฟ้าน่ะมีเรื่องจะคุยด้วยเรียกฉัตรฟ้ามาหาเราทีเหมบอกด้วยความรีบร้อน
คุณหนูจ๊ะๆ อ้าวคุณหนูไม่ได้นอนอยู่ที่นอนนี่นา คุณหนูฉัตรฟ้าจ๊ะๆแพงตะโกนเรียกพร้อมกับวิ่งหาแต่ก็ไม่พบฉัตรฟ้า
คุณเหมจ๊ะ แพงหาคุณหนูฉัตรฟ้าไม่เจอจ่ะ ไม่รู้ว่าคุณหนูออกไปไหนเพราะก่อนหน้านี้เราก็เข้านอนพร้อมกันแพงตอบด้วยความไม่รู้
ถ้าฉัตรฟ้าไม่ได้อยู่ในห้องแล้วฉัตรฟ้าจะหายไปไหนล่ะเหมถามด้วยความสงสัย
หรือว่าคุณหนูจะอยู่กับคุณหนูมณฑาจ๊ะ ต้องใช่แน่ๆเลย ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวแพงไปถามคุณหนูมณฑาก่อนนะจ๊ะคุณหนูฉัตรฟ้าต้องอยู่ที่นั่นแน่ๆเลยแพงพูดพร้อมกับวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
คุณหนูมณฑาจ๊ะๆแพงร้องเรียกพร้อมกับเคาะห้องมณฑา
อะไรแพงแอะอะโวยวายอะไร เรากำลังจะหลับนะเจ้ารู้ใหมมณฑาเปิดประตูออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิด
คุณหนูฉัตรฟ้าไม่ได้อยู่กับคุณหนูมณฑาหรือจ๊ะแพงถามด้วยความสงสัยพร้อมกับส่องเข้าไปข้างในห้องของมณฑา
เอ้าก็ฉัตรฟ้าอยู่กับเจ้า แล้วจะมาอยู่กับฉันได้อย่างไร นี่อย่าบอกนะว่าฉัตรฟ้าหายตัวไปมณฑาถามด้วยสีหน้าตกใจ
ใช้จ่ะคุณหนูฉัตรฟ้าไม่รู้ว่าหายตัวไปไหนตอนนี้ยังหาไม่เจอเลยจ่ะแพงพูด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
ถ้าฉัตรฟ้าไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่ที่ไหนเสียงเหมแทรกเข้ามาระหว่างเดินขึ้นมาบนเรือน
หรือว่าจะเป็นลำดวน เพราะตอนเย็นมณฑาเห็นลำดวนกับฉัตรฟ้ายืนคุยกันก็อย่างที่ทุกคนรู้ว่าลำดวนรักพี่เหม ลำดวนอาจจะทำใจไม่ได้ที่พี่เหมจะแต่งงานกับฉัตรฟ้ามณฑาพูในสิ่งที่ตนเองสงสัย
พี่ไม่รู้หรอกว่าใครจะรัก แต่ที่พี่รู้คือพี่รักฉัตรฟ้าคนเดียวเหมพูดด้วยท่าทีที่มุ่งมั่น
จ่ะ ฉันก็รู้ว่าพี่เหมรักฉัตรฟ้าคนเดียวมณฑาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ใครจะไปรู้ว่าข้างในใจมณฑาเสียใจเพียงใด
พี่จะไปถามลำดวนเหมพูดด้วยท่าทีรีบร้อน
พี่เหมใจเย็นๆสิจ๊ะ ถ้าพี่ตอนนี้คนอื่นก็ได้แตกตื่นกันพอดี นี่มันก็ดึกมากแล้วแล้วถ้าคุณพ่อกับคุณแม่รู้เรื่องเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่นะจ๊ะ มณฑาพูดพร้อมกับจับมือเหมเบาๆ
จริงด้วยพี่ก็ลืมคิดไป ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ พี่จะรอฉัตรฟ้าอยู่นี่แหละ จนกว่าฉัตรฟ้าจะกลับมาเผื่อว่าฉัตรฟ้าจะออกไปไหน เหมพูดพร้อมกับยิ้มเพื่อปลอบใจตนเองให้เย็นลง
เอ๊ะ หรือว่าฉัตรฟ้าจะไปที่หน้าผาท้ายหมู่บ้าน ตอนกลางวันพูดกับพี่บอกว่ามีดอกไม้มงคลขึ้นเยอะมากๆอยู่บริเวณหน้าผาแต่พี่ห้ามไว้ไม่ให้ไปฉัตรฟ้าต้องแอบไปที่นั่นแน่ๆเลยเหมพูดพร้อมกับย้อมกว้างออกมา
ก็อาจจะเป็นไปได้นะจ๊ะ ฉัตรฟ้าถึงจะเป็นคนเรียบร้อยไม่ค่อยพูดเท่าไหร่แต่ก็หัวดื้อไม่เบามณฑาพูดด้วยท่าทีนิ่งเฉย
ถ้าเป็นอย่างนั้นเราออกไปตามหาฉัตรฟ้ากันเถอะพี่เป็นห่วงฉัตรฟ้ามืดค่ำขนาดนี้หลงทางหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วงฉัตรฟ้า
งั้นเดี๋ยวแพงไปด้วยนะจ๊ะแพงพูดด้วยความอยากไปตามหาฉัตรฟ้า
อย่าดีกว่าแพง ฉันว่าแพงรออยู่นี่ดีกว่าเผื่อมีใครถามจะได้มีคนตอบได้
จ่ะงั้นแพงรออยู่นี่ก็ได้จ่ะ
งั้นเราไปกันเถอะมณฑาเหมและมณฑารีบออกไปตามหาฉัตรฟ้าด้วยความรีบร้อน
ฉัตรฟ้าๆอยู่ไหนพี่มาตามหาเจ้าเสียงของเหมและมณฑาเรียกฉัตรฟ้าสลับกันอยู่อย่างนั้นแต่ก็ไม่มีการตอบกลับมาเลย
นี่มันฝ้าเช็ดหน้าของฉัตรฟ้านิ่พี่จำได้เหมหยิบผ้าเช็ดหน้าของฉัตรฟ้าที่หล่นอยู่บริเวณใกล้หน้าผาสูงชันขึ้นมาให้มณฑาดูด้วยความหน้าเสีย
ฉัตรฟ้ามาที่นี่จริงๆด้วย ฉัตรฟ้าๆมณฑาพูดด้วยความตื่นเต้นแล้วตะโกนเรียกฉัตรฟ้าอยู่อย่างนั้น
ฉัตรฟ้าๆเจ้าอยู่ที่ไหนเหมตะโกนพร้อมกับวิ่งไปที่หน้าผา
หน้าผาท้ายหมู่บ้านเป็นสถานที่ ที่น้อยคนนักจะเข้ามาใกล้บริเวณนี้เพราะมีคำเล่าขานตั้งแต่บรรพบุรุษมาว่าหน้าผานี้เป็นหน้าผานรก เนื่องจากเป็นหน้าผาทีสูงชันมาไม่มีใครกล้าเขไปใกล้เคยมีคนลองยืนมองลงไปก็ไม่เห็นก้นของหน้าผาแม้กระทั่งทิ้งก้อนหินก้อนๆใหญ่ๆลงไปนานมากว่าจะได้ยินเสียงตกลงข้างล่าง บ้างก็ว่าข้างล่างเป็นไฟเป็นน้ำต่างๆนาๆซึ่งถ้าใครตกลงไปไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้แน่นอนแม้กระทั่งคนในหมู่บ้านเองก็ยังไม่รู้เลยว่าข่างล่างหน้าผาเป็นอย่างไรแล้วอยู่ส่วนไหนของผืนป่า
          ภูผายืนมองลงไปข้างล่างแล้วก็ร้องเรียกฉัตรฟ้าไม่ยอมหยุดคล้ายคนบ้าคลั่งขาได้แค่ภาวนาอยู่ในใจขออย่าให้ฉัตรฟ้าเป็นอะไรเลย
เจ้าป่าเข้าเขา สิ่งศักดิ์ทั้งหลาย ถ้ามีจริงของอย่าให้ฉัตรฟ้าเป็นอะไรไปเลยหรือถ้าแม้มีอันเป็นไปก็ขอให้เกิดปาฏิหาริย์ด้วยเถอะ ขอให้เห็นแก่ความรักของข้า ข้าไม่เคยรักใครมาก่อนเท่าฉัตรฟ้าเลยได้โปรดเหมขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับคุกเข่าอ้อนวอน
สักครู่ลมพัดมาแต่ทางใดก็ไม่รู้เป็นลมพัดอย่างแรงมาพร้อมกับสายฝนสายฝน ลมพัดให้มณฑากระเด็นออกห่างจากตัวเหมและพัดเอาเหมที่อยู่ริมหน้าผาตกลงหน้าผา

พี่เหม!”เสียงมณฑาร้องรียกเหมอย่างตกใจจะวิ่งไปซ่วยก็ไม่ได้ เนื่องจากตัวมณฑาก็ยังคงต้องเกาะต้นไม้ใหญ่ไว้เพื่อไม่ไห้ตนเองปลิวไปตามสายลม ลมแรงยังคงพลัดอยู่อย่างนั่นสายฝนก็โปรยลงมาเรื่อยๆ ขณะที่ร่างของเหมก็ตกลงไปข้างล่างเช่นกัน
ช่วยด้วยเสียงของเหมร้องเรียกขอความช่วยเหลือ
ตู้มร่างของเหมตกลงมาในน้ำลึกและค่อยๆจมหายลงไปในน้ำพร้อมกับสติของเหมที่หมดไป

ทอง วิชุดา